เฉิงเหลียงหรี่ตามองไปยังระยะไกล ฝูงทหารม้าศึกดำทะมึนดุจคลื่นกำลังถาโถมเข้ามา เขากะระยะอย่างถี่ถ้วน
จากนั้นยกมือขึ้นข้างหนึ่ง “เตรียมธนู!”
เหล่าทหารลุกขึ้นทันที ขึ้นลูกธนูขนปีกบนคันธนูแล้วค่อย ๆ ดึงสายจนสุด
เฉิงเหลียงตวัดแขนลง “ยิง!”
เสียงสายธนูดีดดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย พลันมีลูกธนูขนปีกพุ่งขึ้นจากหลังขบวนรถม้า แหวกม่านหมอกยามรุ่งสาง ทะยานขึ้นไปกลางอากาศ
ชั่วอึดใจต่อมา เสียงม้าร้องก็ดังมาจากกองทหารม้าศึกที่อยู่ไกลออกไป ม้าศึกตัวหนึ่งพลิกตะแคงล้มลงบนทุ่งหญ้า ก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้น
เฉิงเหลียงยกมือขึ้นอีกครั้ง “ธนู ยิง!”
ลูกธนูขนปีกระลอกที่สองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แทงทะลุหมอกยามรุ่งสางเข้าใส่กองม้าที่กำลังควบมา
เฉิงเหลียงตะโกนสั่งต่อเนื่อง “เตรียมปืนลูกซอง ยิง!”
ครานี้เสียงดังกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก ปืนลูกซองจำนวนมากพ่นควันเขียวออกมา ผสานเข้ากับหมอกยามรุ่งสาง จนบริเวณวงรถม้าพร่ามัวไปทั่ว
ทหารม้าศึกของพวกคนเถื่อนอยู่ห่างจากวงรถม้าไม่ถึง 50 ก้าว ทว่าขณะม้าศึกกำลังควบทะยานกลับต้องเผชิญห่าลูกปรายเหล็ก
ทั้งคนและม้าศึกต่างไม่อาจทนแรงกระแทกจากลูกปรายเหล็กจำนวนมากได้ ทหารม้าศึกที่อยู่แถวหน้าพลันแตกฮือ คนพลัดตกจากหลังม้า ม้าล้มระเนระนาด มีผู้ล้มตายเป็นจำนวนมาก
ทหารม้าศึกที่ตามมาติด ๆ ก็สะดุดล้มตามแถวหน้าไปไม่น้อย
กองม้าทั้งหมดตกอยู่ในความโกลาหล
เรื่องยังไม่จบ เสียงคำรามดังสนั่นขึ้นอีกระลอก ทหารม้าศึกของพวกคนเถื่อนถูกโจมตีอย่างร้ายแรงอีกครั้ง
ทหารม้าคนเถื่อนที่ก่อนหน้านี้ยังฮึกเหิม บัดนี้กลับตกตะลึงจนตาค้างเพราะเสียงปืนที่ดังขึ้นเป็นระลอก
