หญิงสาวยิ้มกล่าวว่า “หลินเฟิงผู้นั้นแม้เก่งกาจเพียงใด ก็ยังสู้แผนการอันแยบคายของนายท่านไม่ได้มิใช่หรือ ท้ายที่สุดก็กลายเป็นผู้ปูทางให้ต้าเจิ้งเสียเอง”
“อืม กล่าวได้ดี สายตาของเซียงเอ๋อร์ช่างหลักแหลมยิ่งนัก ขอเพียงข้าใช้กลอุบายเล็กน้อย สถานการณ์ศึกทั่วหล้าก็เป็นอันกำหนดแล้ว”
หญิงสาวเอนกายพิงหลานอวี่ เมื่อได้รับคำชมจากเขา นางก็ขยับกายออดอ้อน
“นายท่านจะประทานรางวัลใดให้เซียงเอ๋อร์หรือเจ้าคะ?”
หลานอวี่โน้มตัวเข้าไปจุมพิตแก้มนาง มือข้างหนึ่งเริ่มลูบไล้ไปตามร่าง
หลินเฟิงกำลังรอฟังกลยุทธ์ของหลานอวี่อยู่ ใครจะรู้ว่าคนทั้งสองกลับเริ่มคลอเคลียกันเสียแล้ว
ยามนี้ย่อมจากไปไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงคนทั้งสองที่กำลังพลิกกายอยู่บนเตียง ยังมีสาวใช้ยืนปรนนิบัติอยู่ข้างเตียงอีกด้วย
รอบนอกเรือนยังมีผู้คนเดินไปมา
คนเหล่านั้นย่อมเป็นองครักษ์ของหลานอวี่ ภายในนั้นต้องมีผู้ฝีมือสูงส่งอยู่หลายคน หากหลินเฟิงถูกจับได้ตอนจากไปย่อมไม่เป็นการดี
ทว่าภาพเบื้องหน้าทำให้เขากระอักกระอ่วนยิ่งนัก
เผลอเพียงนิดเดียว เขาก็กลายเป็นคนแอบฟังอยู่ข้างเตียงไปเสียแล้ว
คนหนึ่งชรา คนหนึ่งสาว ท่วงท่าของทั้งคู่ยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลินเฟิงอดทอดถอนใจในใจไม่ได้
หลานอวี่อายุคงเกือบหกสิบแล้วกระมัง ไม่นึกว่าจะยังแข็งแรงถึงเพียงนี้ ชวนให้คนอดนับถือไม่ได้
หลินเฟิงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตรงมุมเตียง หลับตาสงบลมหายใจ ก่อนเริ่มโคจรปราณแท้ในกาย ตามเคล็ดวิชาสำรวจจิตแห่งอวี้เฉวียน นำปราณแท้ให้หมุนเวียน ปิดกั้นเสียงรบกวนภายนอกทั้งหมด
