วาตานาเบะ ชินโจส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น “มิใช่ว่าข้ามองโลกในแง่ร้าย หากแต่กองทัพเจิ้นซีมีอาวุธปืนครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง หากคิดถอนตัวอย่างปลอดภัย ย่อมขึ้นอยู่กับฝีมือการรบของทหารแต่ละคนเป็นอย่างยิ่ง”
ยามาดะ ชุนแหงนหน้ากล่าว “กองรบหลวงของข้ามีความชำนาญด้านการศึกเหนือกว่ากองทัพของตระกูลอื่นมาโดยตลอด ทั้งความเข้าใจในการรบโดยรวมยังเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ ตามที่ข้าประเมิน จำนวนคนที่ฝ่าวงล้อมออกมาในครานี้น่าจะมีราวสามพันคน”
“ขอให้เป็นดังที่เจ้าปรารถนาเถิด อย่างไรข้าก็หวังว่าจะมีเหล่าทหารหลบหนีออกมาได้มากกว่านี้ มิฉะนั้น ทั่วทั้งดินแดนต้าเหอก็จะไม่มีที่ให้เราสองคนยืนอีกต่อไป”
วาตานาเบะ ชินโจก้มหน้ากล่าวเสียงเบา
ยามาดะ ชุนกลับไม่เห็นด้วย “ด้วยความสามารถในการบัญชาการของเราสองคน บวกกับทหารชั้นยอดสามพันนาย ต่อให้ไม่อาจวางอำนาจไปทั่วต้าเหอ ก็ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนเรา”
วาตานาเบะ ชินโจไม่เห็นด้วยกับคำโอ้อวดของยามาดะ ชุน ทว่าก็ไม่สะดวกจะแย้ง จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“เฮ้อ นิสัยของฝ่าบาทจักรพรรดินี่ช่างดื้อรั้นเสียจริง หากทรงวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ ก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
“พวกบัณฑิตนี่นะ ฮึ ๆ...”
ยามาดะ ชุนกำลังจะกล่าวเหน็บแนมสักสองสามคำ
ทหารที่กระจายกำลังเฝ้าระวังอยู่รอบตัวทั้งสองนาย มีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“รายงานท่านถ่งหลิ่ง พบคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับ”
ยามาดะ ชุนโบกมือ “อย่าตื่นตระหนก ที่โล่งกว้างเช่นนี้ กองทัพเจิ้นซีคงไม่ส่งคนไล่ตามมา คนที่มาเป็นเหล่าทหารของเราเอง ซึ่งหนีออกจากนครหลวงเป็นแน่ จงไปนำพวกเขามาที่นี่”
ทหารคนหนึ่งรับคำสั่งแล้ววิ่งออกไป
