ภายในนครหลวง การสู้รบดำเนินไปอย่างดุเดือดทั่วทุกแห่งในสนามรบเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บล้มตาย ทุกคนต่างสู้จนเลือดขึ้นหน้า
ทว่าพวกเขาทั้งห้าคน เมื่อเข้าสู่เมืองเทียนจื่อแล้ว กลับรู้สึกราวกับก้าวเข้ามาในอีกประเทศหนึ่ง
ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ทำไร่ไถนา พูดคุยสัพเพเหระกันตามคันนา
ในเมืองหลวงประจำแคว้นยิ่งคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกลูกค้า มีการแสดงกายกรรมหลากหลาย นักท่องเที่ยว...
สิ่งเหล่านี้พวกเขายังพอเข้าใจได้ อย่างไรเสียก็มีกองทัพเจิ้นซีคอยคุ้มกัน ผู้คนจึงอุ่นใจ
ทั้งห้าสบตากัน ยืนยันให้แน่ชัดว่าที่นี่คือดินแดนของต้าจงอยู่หรือไม่
หน้าผากของหลินเฟิงมีเหงื่อผุดขึ้นมาแล้ว งานนี้ออกแรงไม่น้อย มิได้ต่างจากการออกรบเท่าใดนัก
ให้เขาร่ายรำดาบทวน ยังรู้สึกว่าง่ายกว่างานนี้เสียอีก
องครักษ์ที่อยู่ข้างกายรีบรับพลั่วทหารช่างจากมือเขา แล้วขุดหลุมปลูกต้นไม้ต่อ
หลินเฟิงยืดตัวขึ้น ยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนกวักมือเรียกอี้หมิ่น
อี้หมิ่นรีบก้าวเข้ามา คุกเข่าข้างหนึ่ง โน้มตัวรายงาน
“อี้หมิ่น แม่ทัพองครักษ์แห่งค่ายที่สิบเอ็ดของทหารองครักษ์หลวง ขอคารวะแม่ทัพใหญ่หลิน”
หลินเฟิงพยักหน้า “ดี ลุกขึ้นแล้วค่อยพูด”
ทั้งห้าคนลุกขึ้นยืนอยู่ด้านข้าง ก้มหน้ารอรับคำถาม
“ศึกที่เมืองรักษาการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
“เรียนแม่ทัพใหญ่ เมืองรักษาการณ์ใกล้จะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว ไท่ซือว่านมีคำสั่งให้เตรียมถอนกำลังกลับนครหลวง”
จ้าวซั่วร้อนใจ “พวกเจ้ามีทั้งกำแพงสูงและคูเมืองลึก เหตุใดจึงต้านกบฏไม่อยู่?”
อี้หมิ่นก้มหน้า “กบฏมีจำนวนมาก อีกทั้งบุกโจมตีรุนแรง พวกเรา...ทำสุดความสามารถแล้ว”
