ทหารอีกนายไม่เห็นพวกเดียวกันเลยสักนิด มือกำดาบแน่น พลิกตัวพุ่งขึ้นไปบนหลังคา
เท้ายังไม่ทันแตะกระเบื้อง ก็รู้สึกว่าหน้าอกสะเทือนวูบ จากนั้นเรี่ยวแรงทั่วร่างก็พลันเหือดหาย
เขาเงยหน้าขึ้นมองหลินเฟิงอย่างงุนงง ก่อนร่างจะหงายหลังพลัดตกลงไป
ต่อมาก็มีทหารปีนขึ้นมาบนหลังคา ก้มตัวลงยังไม่ทันได้ยืน ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกระแทกเข้าที่กระหม่อมอย่างแรง
สติพลันดับวูบลงในความมืด เขาฟุบอยู่บนกระเบื้อง ไร้สุ้มเสียง
ทหารกองทัพผ้าโพกหัวดำสี่ห้าคนทยอยร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับเกี๊ยวที่ถูกเทออกจากหม้อ ไม่มีผู้ใดลุกขึ้นมาได้อีก
ดวงตาที่หรี่ลงของเสิ่นจงอิงเผยแววระมัดระวัง
เขาเข้าใจแล้วว่าเจ้าคนบนหลังคานั่นไม่ธรรมดา
องครักษ์สี่ห้าสิบคนของตนถูกคนสองคนสังหารไปกว่าครึ่งแล้ว กระทั่งขนของอีกฝ่ายสักเส้นก็ยังแตะไม่ถึง
แม้จะหุนหันอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้โง่ จึงค่อย ๆ ถอยหลัง เตรียมออกจากประตูเรือนใหญ่ไปก่อน
องครักษ์ติดตามสี่คนล้อมอยู่เบื้องหน้า ใช้ร่างกายกำบังจากรอบด้าน แล้วค่อย ๆ เคลื่อนไปยังประตูใหญ่
องครักษ์คนอื่นไม่ปีนขึ้นไปบนหลังคาอีก ต่างรู้ดีว่าขึ้นไปก็มีแต่ตายเปล่า
พวกเขาหาที่กำบังของตนเอง ชูดาบขึ้นเฝ้าระวัง
หลินเฟิงรออยู่ครู่ใหญ่ เมื่อไม่เห็นความเคลื่อนไหว จึงชะโงกหน้ามองลงไป
เสิ่นจงอิงไปถึงใต้ซุ้มประตูสูงใหญ่แล้ว ทหารด้านนอกกำลังเปิดประตู
หลินเฟิงเห็นว่ายิงจากตรงนี้ก็ไม่อาจโดนเสิ่นจงอิง จึงจำต้องคลานไปตามหลังคาจนถึงกำแพงเรือน แล้วกระโดดลงไปด้านนอก
จากนั้นวิ่งเลียบกำแพงไปทางถนนใหญ่
หัวหน้ากองทัพผ้าโพกหัวดำผู้นี้ต้องถูกกำจัด
