สถานการณ์ศึกมาถึงขั้นนี้แล้ว รูปการณ์ยิ่งคับขันอย่างยิ่ง
เซี่ยจ้งแห่งเมืองจิงซีและเฉิงเหลียงแห่งเมืองจิงเกาต่างนำกำลังหนึ่งหมื่นนาย ออกเดินทัพเร่งรุดมาจากคนละทิศทาง มุ่งหน้าไปยังเมืองซวิ่น
ฉุยอิ๋งยืนอยู่บนหอคอยประตูเมืองด้านตะวันตกของเมืองซวิ่น ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี แสงไฟจากค่ายข้าศึกพร่างพรายเป็นจุด ๆ คล้ายฝูงหิ่งห้อยโบยบินอยู่ตรงหน้า
เมืองซวิ่นเป็นหนึ่งในแปดเมืองรักษาการณ์นอกนครหลวง ตัวเมืองมีพื้นที่ไม่กว้างนัก มีกำลังพลมากกว่าหนึ่งหมื่นนาย จึงไม่น่ามีปัญหาในการตั้งรับ
ทว่าประเด็นสำคัญคือ เบื้องหน้ามีค่ายกระโจมของทัพหลวงต้าเจิ้งตั้งเรียงรายเป็นผืนใหญ่ ตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงของเมืองซวิ่น หากไร้เสบียง เมืองซวิ่นย่อมต้านทานได้ไม่กี่วัน
แน่นอนว่า ฉุยอิ๋งเชื่อว่ากองทัพเจิ้นซีไม่มีทางทอดทิ้งนาง ย่อมมีกองหนุนกำลังเดินทางมา
สิ่งเดียวที่นางกังวลคือ ยังไม่มีข่าวว่าหลินเฟิงกลับมา
ที่ฮ่องเต้ต้าเจิ้ง จ้าวเจิงกล้าเปิดฉากโจมตีอย่างอุกอาจ ก็เพราะหลินเฟิง พี่ใหญ่ของกองทัพเจิ้นซี ยังไม่ทราบชะตากรรมเป็นตาย
ในใจฉุยอิ๋งเชื่อมั่นแล้วว่าหลินเฟิงจะไม่เป็นไร แม้ทุกคืนยามหลับฝัน นางจะเห็นภาพเหตุร้ายอยู่เสมอ
ยามนี้นางไม่ได้นอนติดต่อกันมาสามวันแล้ว ครั้นง่วงงุนก็จะงีบหลับครู่หนึ่ง ณ จุดพักทหารบนหอคอย
ฉุยอิ๋งกับกงซานเผ่าแบ่งหน้าที่กัน คนหนึ่งรักษาประตูเมืองด้านตะวันออกกับด้านเหนือ อีกคนดูแลประตูเมืองด้านตะวันตกกับด้านใต้
ยามกลางวัน ทัพหลวงต้าเจิ้งโจมตีอย่างดุดัน ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียอย่างหนัก
หากทหารรักษาพระองค์ใช้วิธีเช่นนี้บั่นทอนกำลังของกองทัพเจิ้นซี เมืองซวิ่นก็ย่อมแตกพ่าย และคงต้านได้อีกไม่กี่วัน
กล่าวโดยรวมแล้ว แม่ทัพทั้งสองฝ่ายย่อมมองสถานการณ์เช่นนี้ออก
