หลินเฟิงส่ายหน้า “จ้าวเจิงน่าจะรู้กำลังที่แท้จริงของข้าอยู่แล้ว เพียงแต่เขาเองก็ไม่อยากเปิดศึกโดยพลการ ถูกบีบจนจำใจก็เท่านั้น”
“ท่านหมายความว่า จ้าวเจิงถูกพวกเฒ่าเจ้าเล่ห์ควบคุมอยู่หรือ?”
“แปดถึงเก้าส่วน จ้าวเจิงเอาชนะจ้าวเจิ้นได้ด้วยฝีมือ มิใช่โชคช่วย ดังนั้นหากเป็นความประสงค์ของเขาเอง ย่อมไม่มีทางลงมือกับข้า”
เผยชีอินถอนหายใจ “เฒ่าเจ้าเล่ห์พวกนี้น่ากลัวยิ่งนัก...”
หลินเฟิงโบกมือ “หลังพวกเขาเก็บทัพแล้ว ให้ไปตั้งประจำการที่เมืองซวิ่นทั้งหมด”
เมืองข่านถูกระเบิดจนกลายเป็นซากปรักหักพัง หลินเฟิงย่อมไม่คิดเสียเวลาไปซ่อมแซม อีกทั้งยังเป็นเมืองรักษาการณ์ที่ตั้งอยู่ใต้สายตาของจ้าวเจิง
เมื่อหนีเข้าเมืองเกิ้นได้แล้ว จิ่งเจาเหิงก็ได้ลิ้มรสความร้ายกาจของหลินเฟิงในที่สุด เขานำทหารมาถึงหกหมื่นนาย แต่เมื่อรวบรวมกำลังพลแล้ว คนที่กลับมาสมทบได้มีไม่ถึงสี่หมื่น
ในจำนวนนี้ยังมีทหารบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน
กล่าวคือ มีทั้งคนที่ถูกระเบิดตาย ถูกทหารม้าศึกไล่สังหารจนสิ้นชีพ และคนที่หนีออกไปแล้วกลับมาไม่ทัน
ศึกครั้งนี้ไม่มีการเข้าปะทะกันเลย แต่ทหารรักษาพระองค์หกหมื่นนายของจิ่งเจาเหิงกลับบาดเจ็บล้มตายเกินครึ่ง นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ที่กล่าวว่าไม่เคยปรากฏมาก่อน ก็เพราะในศึกครั้งนี้ กองทัพเจิ้นซีสังหารทหารทัพหลวงต้าเจิ้งไปมากมาย โดยที่ตนเองไม่สูญเสียแม้แต่คนเดียวหรือม้าสักตัว
จิ่งเจาเหิงก้มหน้านั่งอยู่ภายในกองบัญชาการเมืองเกิ้น
รอบข้างเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดกล้าหายใจเสียงดัง
จิ่งเจาเหิงพึมพำว่า “หลีกเลี่ยงไว้ก่อนเป็นดีที่สุด...หลีกเลี่ยงไว้ก่อนเป็นดีที่สุด...เฮ้อ เหตุใดพี่ชิวไม่ชี้แนะให้ชัดเจนกว่านี้สักหน่อย...”
