คือการฝึกให้ทหารใช้ทวนยาวในมือแทงเป้าหมายที่เคลื่อนที่ วันหนึ่งต้องฝึกแทงหลายพันครั้ง ช่วงแรกแขนของทหารแต่ละนายบวมจนยกไม่ขึ้น
แม้แต่ยามกินข้าวหรือนอนหลับก็ยังปวดจนแทบทนไม่ไหว
ท้ายที่สุดทหารทุกนายก็ผ่านพ้นช่วงยากลำบากในระยะแรกมาได้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าเด่นชัดยิ่ง
อาวุธทรงประสิทธิภาพอีกชนิดหนึ่งที่ใช้โจมตีโจรสลัดก็คือธนู
เดิมทีหลินเฟิงคิดจะใช้หน้าไม้ ซึ่งสะดวกและเหมาะแก่การรับมือโจรสลัดยิ่งกว่า ทว่าภายหลังเขาเห็นว่าไม่อาจเปิดเผยเทคนิคสำคัญของหน้าไม้แก่ทัพหลวงต้าเจิ้งได้ จึงจำต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
ทหารม้าห้าร้อยนายเข้าสู่ทุ่งกว้าง แล้วควบไปข้างหน้าตามเส้นทางที่กำหนดไว้
หลินเฟิงมิได้ส่งทหารม้าสอดแนมออกไป สิ่งที่เขาต้องการคือศึกเผชิญหน้า ซึ่งวัดกันที่ไหวพริบในการตอบสนองของทั้งสองฝ่าย
เพราะเขารู้กฎการเคลื่อนไหวของโจรสลัดเป็นอย่างดี พวกมันไม่มีกองกำลังขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันเป็นขบวน ส่วนมากเป็นกำลังกลุ่มเล็กที่กระจายอยู่ภายนอก
การเคลื่อนไหวของพวกมันในทุ่งกว้างมีทั้งการกระจายตัวและรวมกลุ่ม กองกำลังกลุ่มเล็กจะออกค้นหาเป้าหมาย จากนั้นหน่วยย่อยที่อยู่รอบด้านเมื่อได้รับข่าวก็จะเร่งรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
หลินเฟิงฉวยช่องโหว่ตรงนี้มาใช้ ประลองความเร็วกับโจรสลัด เป็นความเร็วในการสังหารศัตรู เพียงพุ่งตีขบวนของพวกมันให้แตกแล้วจากไป ก็ทำให้โจรสลัดตั้งตัวไม่ทัน ทั้งยังไม่อาจรวมกำลังขนาดใหญ่ได้
เฉินตงผิงไม่ค่อยเข้าใจการเดินทัพทำศึกนัก ทว่าก็รู้สึกว่าการเคลื่อนทัพผิดแผกเช่นนี้ ราวกับคนตาบอดขี่ม้าบอด อันตรายยิ่งนัก
เดิมทีเขาคิดจะเตือนหลินเฟิง แต่ก็อดกลั้นไว้
ข้าจะคอยดูว่าเจ้าพ่ายแพ้อย่างไร จากนั้นค่อยฉวยโอกาสรับอำนาจบัญชาการกองเจิ้นเฟิงไว้แต่เพียงผู้เดียว
