ใต้เขาเทียนจื่อในเมืองเทียนจื่อ เขาสร้างคฤหาสน์เอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยเตรียมการณ์ไว้ก่อน ยามนี้จึงได้ใช้ประโยชน์พอดี
ที่นั่นอยู่ใต้จมูกของกองทัพเจิ้นซี คนทั่วไปเรียกว่า ‘ใต้ตะเกียงมักมืด’ จึงปลอดภัยยิ่งนัก
สวี่จิ้นวางแผนไว้เป็นอย่างดี หลังปิดบังชื่อแซ่แล้ว ยังพาหญิงงามในดวงใจกลับบ้านไปด้วย ชีวิตบั้นปลายย่อมไม่ลำบากนัก
สวี่จิ้นเป็นผู้พิทักษ์ประจำกายของฮ่องเต้ ทรัพย์สินในบ้านจึงถูกเก็บงำไว้ไม่น้อย อีกทั้งพระสนมตู้ผู้เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทก็มีทรัพย์สินมิใช่น้อยเช่นกัน
เมื่อคนทั้งสองร่วมมือกัน ชีวิตสุขสบายเพียงใดก็ไม่ต้องกล่าวถึงแล้ว
เรื่องเช่นนี้มีอยู่มากมายทั่วเมืองหลวงต้าจง
คหบดีและผู้มีอำนาจต่างเตรียมทางหนีทีไล่ไว้แต่เนิ่น ๆ ครั้นเมืองแตกก็แยกย้ายกันไปดุจฝูงนกและสัตว์ป่า
ดังนั้นภายในอาคารทุกแห่งในนครหลวง ไม่ว่าจะเป็นบ้านคนมั่งมีหรือยากจน นอกจากสิ่งของชิ้นใหญ่และหนักอึ้งที่ขนย้ายไม่ได้แล้ว ทองเงินของมีค่า ผืนผ้าและเสบียงอาหารแทบไม่เหลือแม้แต่น้อย
ทหารทัพหลวงต้าเจิ้งกว่าหนึ่งแสนคนเข้าเมือง กำจัดโจรสลัดสองหมื่นคน จากนั้นจึงออกค้นหาทั่วทุกแห่ง ทว่าความจริงแล้วกลับได้สิ่งของมาเพียงน้อยนิด
แม่ทัพใหญ่ลั่วอวิ๋นเฟยมีคำสั่งให้เหล่าทหารจัดระเบียบตำหนักด้านในของวังหลวงที่ถูกโจรสลัดก่อความวุ่นวายเสียจนเละเทะขึ้นใหม่ พยายามฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมมากที่สุด
เพื่อให้ฝ่าบาทไม่กริ้วเมื่อเสด็จมาถึง
แท้จริงแล้วจ้าวเจิงเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว หลังเดินทางรอนแรมมาครึ่งเดือน เขาก็นำค่ายองครักษ์ใกล้ชิดของตนมาถึงใต้กำแพงนครหลวง
จ้าวเจิงแหงนมองหอประตูเมืองสูงใหญ่ ในใจอดทอดถอนใจไม่ได้
