เมื่อเห็นสีหน้าของหลินเฟิงเปลี่ยนแปลงไม่หยุด เฉินเซียงก็นั่งไม่ติด นางตบมือสองสามครั้ง
ชั่วพริบตา ชายฉกรรจ์สามคนก็พุ่งเข้ามาจากนอกห้อง แต่ละคนรูปร่างกำยำและเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว
ในมือของชายทั้งสามล้วนถือเชือกหรือขื่อไม้
พวกเขาเตรียมเข้ามาจับตัวหลินเฟิง หลังจากเขาถูกวางยาและหมดสติ
ใครจะรู้ว่าแผนการกลับเปลี่ยนไป หลินเฟิงมิได้ถูกวางยาจนหมดสติ
เฉินเซียงลุกขึ้น อาศัยจังหวะที่หลินเฟิงหันไปมองชายทั้งสาม ถอยไปหยุดอยู่ตรงประตู เว้นระยะห่างจากเขา
“หลินซาน ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว หากยามนี้ยังไม่ยอมพูด ถึงเวลานั้นเจ้าจะได้ลิ้มรสความทรมาน กระดูกเส้นเอ็นทั่วร่างคงถูกทำลายจนสิ้น”
เฉินเซียงรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ บุรุษที่ทำให้นางเกิดความปรารถนาทางกายขึ้นมาโดยมิอาจควบคุมได้นั้นหาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปี ทั้งยังทำให้นางเกิดความรู้สึกดี ๆ มากมายทั้งที่ขัดกับใจตนเอง
นางรู้ว่าความคิดเช่นนี้อันตรายยิ่ง ทว่ากลับหักห้ามใจไม่ได้
หลินเฟิงใช้นิ้วเคาะโต๊ะ สีหน้าเรียบเฉย
“ข้าว่าพวกเรานั่งลงคุยกันจะดีกว่า ไยต้องแตกหักลงมือกันด้วย”
เฉินเซียงส่ายหน้า “เจ้าไร้ทางเยียวยาแล้ว ไปพูดกับทางการเถิด”
เมื่อเห็นเฉินเซียงโบกมือส่งสัญญาณ ชายฉกรรจ์ทั้งสามก็พุ่งตัวไปข้างหน้าทันที กวัดแกว่งของในมือแล้วโถมเข้าใส่หลินเฟิง
เฉินเซียงมองหลินเฟิงที่ยังคงนั่งนิ่งด้วยสายตาเย็นชา แววตาฉายความเสียดายอยู่ราง ๆ
ทว่าในชั่วขณะถัดมา นางกลับเบิกตากว้าง ริมฝีปากน้อยแดงระเรื่ออ้าค้าง
ชายฉกรรจ์ทั้งสามไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่กลับถอยหลังเร็วยิ่งกว่า
