อู๋เซิ่งตบมือฉาด “ใช่แล้ว! พอคลองส่งน้ำถูกตัด เจิ้นซีย่อมร้อนใจ ต่อให้ไม่อยากยุ่งก็จำต้องยุ่ง”
เหรินตัวลี่จี๋ส่ายหน้า “พวกเขาเพียงยึดครองพื้นที่ไว้ แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจะตัดแหล่งน้ำของเจิ้นซี?”
อู๋เซิ่งยิ้ม “สมัยก่อน การก่อสร้างคลองส่งน้ำแห่งนี้ทำให้หลินเฟิงทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย ไม่ใช่แค่กำลังคน แต่ยังรวมถึงวัสดุและเงินทองจำนวนมาก การเกษตรของเจิ้นซีพึ่งพาคลองส่งน้ำจากหยินโจวของเราทั้งสิ้น หากถูกตัดขาดเช่นนี้...ฮึ ๆ”
เหรินตัวลี่จี๋ตะคอกด้วยความไม่พอใจ
“แล้วหากพวกเขาไม่ไปแตะต้องคลองส่งน้ำเล่า?”
อู๋เซิ่งไม่สนใจเหรินตัวลี่จี๋ เพียงมองหลี่จี้ผิง
“ใต้เท้า หากพวกเขาไม่ลงมือ แล้วพวกเราจะลงมือไม่ได้หรือ?”
หลี่จี้ผิงกลอกตาครุ่นคิด “นี่คิดจะบีบให้เจิ้นซีเข้าร่วมวงหรือ?”
“ใต้เท้า เป็นเช่นนั้นขอรับ”
ทุกคนต่างเงียบเสียงลง แล้วลอบไตร่ตรองกัน
จางเอินอี้ถอนหายใจ “แม้วิธีการจะต่ำช้าไปบ้าง แต่เจิ้นซีเป็นฐานที่มั่นของหลินเฟิง เขาคงไม่อาจนิ่งดูดาย”
หลี่จี้ผิงโบกมือ “แม่ทัพเหรินตัวลี่จี๋ จงส่งคนไปติดต่อแม่ทัพฉินฟางทันที ดูว่าพวกเขาจะตอบกลับมาอย่างไร หยินโจวของเราก็ใช่ว่าจะถูกรังแกได้ง่าย ๆ ศึกนี้คงยืดเยื้อ แผนตัดน้ำเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย หากไม่มีทางอื่นแล้วค่อยว่ากัน”
อู๋เซิ่งขมวดคิ้ว “ใต้เท้า เรื่องตัดน้ำต้องเริ่มแต่เนิ่น ๆ หลังแหล่งน้ำของเจิ้นซีถูกตัด ยังต้องรอให้สถานการณ์ดำเนินไปอีกระยะ ชาวนาในพื้นที่เจิ้นซีจึงจะไปร้องทุกข์ต่อทางการ จากนั้นทางการก็จะส่งเรื่องต่อกันขึ้นไปเป็นทอด ๆ กว่าจะถึงมือหลินเฟิง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เกรงว่าเวลาคงล่วงเลยไปไม่น้อย”
