หยางโหย่วไฉมาถึงหน้าประตูที่ว่าการ พอมองเห็นจากที่ไกล ๆ ก็ชะเง้อชะแง้มองเข้าไปด้านใน
เสมียนคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าที่ว่าการเห็นดังนั้น จึงกวักมือเรียกเขา
หยางโหย่วไฉค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ใบหน้าประดับรอยยิ้ม
“ฮี่ ๆ ใต้เท้าท่านนี้ ได้ยินว่ามีการลงทะเบียนยืนยันตัวตน ทั้งยังแจกจ่ายเงินและเสบียง...”
เสมียนผู้นั้นได้รับมอบหมายให้ประจำหน้าประตู คอยต้อนรับผู้คน เพราะติดประกาศมาครึ่งวันแล้ว แต่ยังไม่มีใครมาลงทะเบียน
ในที่สุดก็เห็นหยางโหย่วไฉมาถึง เขาจึงกล่าวชมอย่างกระตือรือร้น
“มองปราดเดียวก็รู้ว่าท่านเป็นบัณฑิต ช่างเข้าใจเหตุผลจริง ๆ ทั้งแจกเงิน เสบียง และที่ดินให้เปล่าแท้ ๆ แต่กลับไม่มีใครต้องการ ท่านว่าชวนขบขันหรือไม่”
“ฮี่ ๆ ใครว่าไม่ใช่เล่า ข้ามิได้มานี่แล้วหรือ”
“เชิญเข้ามาเถิด ด้านในมีเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน หากเรื่องที่แจ้งเป็นความจริง ก็จะได้รับสิ่งของทั้งหมด”
หยางโหย่วไฉได้ยินดังนั้น ความกล้าก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย เขาก้าวเข้าไปในที่ว่าการ
หูต้าเผิงกับคนอื่น ๆ ไม่มีอะไรทำ จึงรออยู่หน้าบ้านของตน พลางสนทนาเรื่อยเปื่อย
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็เห็นหยางโหย่วไฉเดินกลับมาจากที่ไกล ๆ ด้วยสีหน้ายินดี
สองมือและบ่าของเขาหอบหิ้วข้าวของมามากมาย
เพื่อนบ้านสี่ห้าคนจ้องมองเขาอย่างตะลึงงัน ขณะเดินเข้ามาใกล้
หยางโหย่วไฉเดินผ่านพวกเขา เพียงพยักหน้าให้ แล้วเร่งฝีเท้ากลับบ้าน
หูต้าเผิงไม่ยอมปล่อยเขาไป จึงเอื้อมมือคว้าตัวไว้
“เหล่าหยาง เป็นอย่างไรบ้าง ทางการแจกเงินให้หรือ”
หยางโหย่วไฉดิ้นอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่อาจหลุดจากมือของหูต้าเผิงได้ จึงได้แต่ยิ้มเจื่อน
