การสู้รบหลายครั้งทำให้เขาเริ่มประมาทลง ครานี้เมื่อยึดเมืองอำเภอเหมยจินได้ เบื้องบนก็สั่งให้เขาประสานกำลังกับกองทัพใหญ่ เตรียมเข้าตีลั่วเฉิง
มิซุกาวะ ไคตื่นเต้นยิ่งนัก ลั่วเฉิงเป็นเมืองใหญ่โอ่อ่ากว้างขวาง เพียงเห็นกำแพงเมืองสูงตระหง่านก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนแทบระงับไม่อยู่
ในเมืองนั้นจะมีทรัพย์สมบัติมากมายเพียงใดกัน ทั้งยังมีหญิงงามกับทาสอีกนับไม่ถ้วน
หากขนกลับไปยังบ้านเกิดได้ ตระกูลของเขาย่อมผงาดขึ้นในทันที กลายเป็นตระกูลใหญ่ในท้องถิ่น
หากมิใช่เพราะมีคนเพียงสามพันนาย กลืนกินเนื้อก้อนโตอย่างลั่วเฉิงไม่ไหว เขาคงสั่งบุกเมืองไปนานแล้ว
ยามค่ำคืน มิซุกาวะ ไคดื่มสุรารสดีที่ปล้นชิงมา คาดไม่ถึงว่าฤทธิ์สุราจะแรงนัก ทำให้เขาง่วงงุนจนหลับไป
ใครจะรู้ว่าในยามนั้นกลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
ทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่า เรือรบในแม่น้ำเกิดไฟไหม้
ทหารจำนวนหนึ่งยืนอยู่บนกำแพงเมือง จึงมองเห็นเรือที่อยู่ไกลออกไปถูกเปลวไฟลุกโชนปกคลุม
มิซุกาวะ ไคเดือดดาล พวกสวะกลุ่มหนึ่งกล้าดีอย่างไรมาวางเพลิงเรือรบของเขา คงเบื่อชีวิตแล้วกระมัง หากไม่สังหารพวกหมูสกปรกเหล่านี้ให้สิ้น ก็ยากจะดับโทสะในใจ
มิซุกาวะ ไคสั่งการทันที ให้ทั้งกองทัพออกจากเมือง คนส่วนหนึ่งไปดับไฟ อีกส่วนหนึ่งออกตามจับผู้วางเพลิง
ทหารสามพันนายรีบเก็บอาวุธและสัมภาระ ก่อนกรูกันออกจากประตูเมือง
พวกเขาถูกปลุกขึ้นจากห้วงนิทรา ดวงตายังพร่ามัว แต่ก็หยิบอาวุธแล้ววิ่งตามคนอื่นออกไปนอกเมือง
หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องใดขึ้น เพียงวิ่งตามไปโดยสัญชาตญาณ
คนหลายพันเบียดเสียดกัน วิ่งตามคนข้างหน้าไปยังริมแม่น้ำ
