ทั้งสองพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา แทบไม่มีถ้อยคำไร้สาระ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็วางแนวทางต่อจากนี้ได้แล้ว
แต่ก่อนฉุยอิ๋งไม่เคยใส่ใจเด็กน้อยน้ำมูกย้อยผู้นี้เลย เขาเอาแต่เดินตามหลังนางต้อย ๆ สั่งให้ทำสิ่งใดก็ไม่เคยขัด
นึกไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะมองการณ์ไกลถึงเพียงนี้
จั่วหลิงมิใช่คนโง่ ตรงกันข้าม เขากลับเฉลียวฉลาดยิ่ง
เขามองออกตั้งนานแล้วว่า หากราชสำนักต้าเจิ้งยังคงใช้อำนาจทหารควบคุมการเพาะปลูกและบังคับเกณฑ์เสบียงต่อไป ไม่เพียงชาวนาจะลุกฮือ แม้แต่ขุนนางในเมืองก็อยู่ไม่เป็นสุข
ราชสำนักเช่นนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องล่มสลาย
เขาควรหาทางหนีทีไล่ไว้ เพื่อครอบครัวแล้ว ต่อให้ต้องเสี่ยงก็จำต้องเสี่ยง
จั่วหลิงกำลังกลัดกลุ้มว่าจะติดต่อกับกองทัพเจิ้นซีได้อย่างไร คิดไม่ถึงว่าฉุยอิ๋งจะมาหาถึงที่
เมื่อได้ฟังรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา เขาก็พอเข้าใจเรื่องราวแล้ว
กองทัพเจิ้นซีได้เปรียบถึงเพียงนี้ แต่กลับไม่เคลื่อนไหวมาโดยตลอด หมายความว่าอย่างไร?
ย่อมหมายความว่าหลินเฟิงคิดจะทำให้ทัพหลวงต้าเจิ้งแตกสลายจากภายใน ไม่ต้องการให้เกิดศึกนองเลือดอีก
กลยุทธ์ของหลินเฟิงทำให้จั่วหลิงนับถือยิ่งนัก
หากมิได้มองสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ จะวางแผนได้ถูกต้องถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
หากเป็นแม่ทัพทั่วไป เมื่อครองความได้เปรียบอย่างเด็ดขาด ย่อมยกทัพออกจากเมืองและกำจัดเสี้ยนหนามที่ปักอยู่กลางต้าจงให้สิ้นซาก
แต่หลินเฟิงกลับไม่เคลื่อนไหว เพียงปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ ปล่อยให้ราชสำนักต้าเจิ้งพังทลายลงด้วยตัวเอง
เพียงเรื่องนี้ก็เพียงพอจะชี้ว่าหลินเฟิงเป็นผู้นำที่พึ่งพาได้ และเป็นคนที่จั่วหลิงสมควรติดตาม
