ทว่าเรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว วาตานาเบะ ชินโจจำต้องดูแลกองทหารหลวงให้แก่จักรพรรดิคันบุน นี่คือรากฐานสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้ราชสำนักต้าเหอ จะผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด
ขณะที่วาตานาเบะ ชินโจกำลังครุ่นคิดอยู่ เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงก็ดังมาจากนอกประตู เสียงกีบม้ารัวกระหน่ำ พุ่งตรงมาหยุดหน้ากองบัญชาการ
องครักษ์นายหนึ่งวิ่งหอบเข้ามา ก่อนจะคุกเข่าข้างเดียวลงกับพื้น
“รายงานท่านถ่งหลิ่ง ค่ายทหารทางเหนือของเมืองเหลือคนอยู่เพียง 1,300 นาย ส่วนที่เหลือไม่ทราบว่าไปที่ใด”
“หา?”
วาตานาเบะ ชินโจถึงกับงงงัน ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงกีบม้าด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง
องครักษ์อีกนายหนึ่งพุ่งเข้ามา
“รายงานท่านถ่งหลิ่ง ค่ายทหารทางใต้ของเมืองเหลือทหารเพียง 800 นาย ส่วนที่เหลือไม่ทราบว่าไปที่ใด”
“รายงานท่านถ่งหลิ่ง ค่ายทหารทางตะวันออกของเมือง...ไม่มีคนเหลืออยู่แล้ว”
“รายงานท่านถ่งหลิ่ง บนกำแพงเมืองก็ไม่มีคนเหลืออยู่เช่นกัน...”
วาตานาเบะ ชินโจนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ ดวงตาเบิกค้างจ้ององครักษ์หลายคนตรงหน้า ครู่หนึ่งถึงกับพูดไม่ออก
เขารู้สึกอึดอัดแน่นอยู่ในอก ราวกับหายใจไม่ออก
เดิมมีกองทัพเกือบ 30,000 นาย เหตุใดจึงเหลือคนอยู่เพียงน้อยนิดเช่นนี้?
ระหว่างที่กำลังตะลึงงัน องครักษ์คนอื่น ๆ ก็ทยอยกลับมา
เมื่อรวมกำลังพลจากค่ายทหารอีกสามแห่งแล้ว ยังมีไม่ถึง 1,000 นาย กองทัพหลายหมื่นนายกลับหายไปจากค่ายทหารทุกแห่งในนครหลวงอย่างน่าเหลือเชื่อ
“ถ่ายทอดคำสั่งข้า จัดกำลังพล 2,000 นายภายในค่าย แบ่งเป็นกองละ 500 นาย แล้วไปประจำตำแหน่งป้องกันประตูเมืองทั้งสี่ทันที ส่วนกำลังพลที่เหลือให้ตรวจค้นทั่วทั้งเมือง”
