พ่อบ้านเฒ่าเปลี่ยนจากเคาะประตูเป็นทุบประตู เสียงดังปัง ๆ กระทั่งคนที่อยู่ไกลถึงหน้าประตูลานบ้านยังได้ยิน ทว่าภายในห้องกลับยังคงเงียบงัน
จนปัญญา พ่อบ้านเฒ่าจึงยื่นมือผลักบานประตู แล้วชะโงกหน้าเข้าไป
พลันพบว่าในโถงใหญ่ไร้ผู้คนเสียแล้ว
“นี่มัน...”
เขาขมวดคิ้ว พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว
จากนั้นก็หันไปตวาดบ่าวหญิงและแม่นมเจ็ดแปดคน
“ไปตามหาคุณหนูใหญ่เดี๋ยวนี้ บอกว่าข้ามีเรื่องสำคัญต้องรายงาน”
บ่าวหญิงและแม่นมเจ็ดแปดคนที่ยืนอยู่หน้าห้องรีบแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง เพื่อเสาะหาผู้เป็นนาย
น่าเสียดาย ผลที่ได้จากการค้นหาย่อมเป็นความว่างเปล่า
พ่อบ้านเฒ่าตะลึงงัน คนหายไปที่ใดกัน?
เพิ่งกลับมาก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จะไม่ให้ผู้คนเป็นห่วงได้อย่างไร?
ล่วงเลยเที่ยงคืนมาแล้ว พ่อบ้านเฒ่าทนอดนอนไม่ไหว จึงกลับไปยังที่พักของตน ตั้งใจจะงีบสักครู่
แต่ยังไม่ทันหลับ ก็มีคนในจวนวิ่งมาเคาะประตูเรียก
“ผู้ดูแลใหญ่ต้วน มีกองทหารม้าตรวจตรายามวิกาลมาถึงหน้าประตูใหญ่ จะทำอย่างไรดี?”
พ่อบ้านเฒ่าสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วออกไป
ตระกูลต้วนมีสัมพันธ์อันดีกับทางการมาโดยตลอด เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นน้อยครั้งนัก หากทางการมีธุระย่อมส่งคนมาแจ้งล่วงหน้า ไฉนจู่ ๆ จึงมาเยือนถึงหน้าประตูได้?
ในใจเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี พ่อบ้านเฒ่าจึงเร่งฝีเท้าไปยังประตูใหญ่ของจวน
ขบวนรถของเหมียวฉางเฟิง อัครมหาเสนาบดีแห่งต้าเจิ้ง มาถึงเมืองลั่วซีโดยมีทหารรักษาพระองค์ต้าเจิ้งสามพันนายคุ้มกัน
วุ่นวายกันอยู่ครึ่งค่อนคืน ในที่สุดก็จัดที่พักเรียบร้อย
