ดวงตาเวินเจี้ยนเป็นประกาย “บัดนี้ราชวงศ์มิได้เป็นราชวงศ์อีกต่อไป ตระกูลอื่นจึงไม่ต้องเสียภาษีอีก เมื่อไม่เสียภาษี สงครามก็จะปะทุขึ้นอีกครั้ง...”
เฉียวจวี้ซานตบมือฉาด “ถูกต้องแล้ว ท่านอ๋องต้องการให้พวกเขามีกำลังรบเช่นนี้ ต่างฝ่ายต่างเข่นฆ่ากันไปมา จะได้ไม่มีวันรวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง”
“เฮ้อ แค่พูดประโยคเดียวก็จบแล้ว ไยต้องอ้อมค้อมเสียไกล”
“นี่กำลังช่วยเจ้าจัดระเบียบความคิด ต่อไปหากได้บัญชาการกองทัพด้วยตนเอง จะได้มองการณ์ไกล อย่าคิดแต่ผลประโยชน์เล็กน้อยตรงหน้า”
เฉียวจวี้ซานวางท่าราวกับอาจารย์ผู้ชี้แนะ
“พอเถิด นี่เป็นกลยุทธ์ของท่านอ๋อง เจ้าเพิ่งเข้าใจได้ไม่นาน บางทีอาจยังสับสนอยู่ด้วยซ้ำ ยังจะมาสั่งสอนข้าอีก”
“ข้าเข้าใจแล้ว แต่เจ้ายังไม่เข้าใจต่างหาก”
เวินเจี้ยนกำลังจะโต้กลับ พลันมีเสียงปืนกลหนักดังขึ้นจากแนวป้องกันด้านซ้ายใต้กำแพงเมือง
“มีโจรสลัดมาแล้ว ข้าจะไปดู”
เวินเจี้ยนทิ้งคำพูดไว้แล้วลุกพรวดออกไป
บนถนนมีกองกำลังราวหนึ่งร้อยนาย เพิ่งเลี้ยวผ่านหัวมุมถนนก็ถูกปืนกลหนักยิงล้มลงไปเป็นแถบ โจรสลัดที่เหลือหันหลังหนีทันที
เวินเจี้ยนสั่งการไว้แล้ว ให้แต่ละแนวป้องกันดำเนินการได้ตามสถานการณ์ หากโจรสลัดบุกโจมตีแนวป้องกัน ไม่ต้องรายงาน ให้ขับไล่ทันที
เมื่อเห็นกองกำลังโจรสลัดหลายกลุ่มที่วิ่งเข้ามาไร้เรี่ยวแรงในการต่อสู้ ไม่เหลือความดุดันเช่นแต่ก่อน พอได้ยินเสียงปืนและถูกโจมตี ก็หันหลังหนีทันที
“ทหาร จงไปแจ้งทุกกอง แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละห้าร้อยนาย รุกเข้าเมือง”
ผ่านมานานถึงเพียงนี้ หากโจรสลัดยังมีกำลังรบ ก็คงจัดทัพเปิดฉากโจมตีไปนานแล้ว
