ความสามารถในการทำงานของอู๋เซิ่งนั้นไม่มีที่ติ บันทึกตัวเลขได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
แต่ปัญหานี้จำเป็นต้องจัดการให้เรียบร้อย อย่าว่าแต่ติดค้างน้ำใจผู้อื่นเลย แค่หลินเฟิงผู้นั้นก็ร้ายกาจกว่าคนเถื่อนมากแล้ว
“ทางอำเภอชิ่ง เจ้าจงไปเลือกนายอำเภอมาสักคน ส่วนอีกสองอำเภอ ให้หารือกันว่าจะจัดการอย่างไร ต้องรวดเร็วและเรียบร้อย เข้าใจหรือไม่?”
อู๋เซิ่งรีบประสานมือคำนับ “ขุนนางผู้น้อยเข้าใจแล้ว จะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
พอออกจากจวนบัญชาการทหาร อู๋เซิ่งก็ส่งคนไปเรียกนายอำเภอของทั้งสองอำเภอมาทันที
เดิมทีเขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ใครจะรู้ว่านายอำเภอทั้งสองพอพบหน้าอู๋เซิ่งก็เริ่มพร่ำทุกข์
“ใต้เท้าผู้ตรวจการขอรับ ในอำเภอของข้ามีสองตำบล ยี่สิบกว่าหมู่บ้าน ล้วนอาศัยการจับปลาเลี้ยงชีพ ชาวประมงเกือบพันครัวเรือนเห็นกับตาว่าพวกเขาชักน้ำออกไป นี่ไม่ใช่ตัดหนทางทำมาหากินของคนอื่นหรอกหรือขอรับ”
นายอำเภออีกคนก็ทำหน้าเศร้าสลด “ใต้เท้าผู้ตรวจการ เรื่องนี้จะออกคำสั่งบังคับกันดื้อ ๆ ไม่ได้ หากทำเช่นนั้น พวกเขาจะดำรงชีวิตกันอย่างไรขอรับ?”
อู๋เซิ่งเองก็เริ่มกุมขมับ ชาวประมงหลายพันครัวเรือน จะจัดการให้พวกเขาไปอยู่ที่ใด?
“พวกเขาเพียงเปิดช่องเล็ก ๆ น้ำจะเสียไปสักเท่าไรกัน?”
“ช่องเล็ก ๆ หรือขอรับ?”
นายอำเภอคนหนึ่งเบิกตากว้าง
“ใต้เท้าไม่เคยไปดูหรือขอรับ? คลองนั่นใหญ่โตยิ่งนัก แถมยังขุดไว้ต่ำมากด้วย”
นายอำเภออีกคนใช้มือกะขนาดประกอบ “หากขุดคลองชักน้ำออกไป ระดับน้ำในทะเลสาบหงชิ่งคงลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งขอรับ”
แน่นอนว่าเขากล่าวเกินจริงไปบ้าง ตั้งใจขยายเรื่องให้ใหญ่โตที่สุด
อย่างไรเสีย ทะเลสาบหงชิ่งก็เป็นแหล่งน้ำของเมืองหยินโจว เมื่อผู้อื่นชักน้ำออกไป ย่อมชวนให้ปวดใจ
