เดิมทีแผนการทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ใครจะรู้ว่าในวันที่สองของการเดินทัพ หน่วยสอดแนมกลับมารายงาน
“รายงานท่านแม่ทัพใหญ่ ห่างไปเบื้องหน้าสิบห้าลี้ พบกองทัพกำลังมุ่งมาทางนี้”
ยังไม่ทันที่โอตานิ โยชิจะตอบสนอง ก็เห็นฝุ่นควันฟุ้งตลบอยู่ไกล ๆ ม้าตัวหนึ่งควบฝ่าฝุ่นควันมาถึงอย่างรวดเร็ว
“รายงาน...ท่านแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพทากาชิมะแห่งฝูฉางโจวแห่งฝูฉางโจวนำทหารม้าสามร้อยนาย เข้ามาในระยะสิบลี้แล้ว”
ใจโอตานิ โยชิจมวูบ ทากาชิมะ ยูตะ ทิ้งเมืองฝูฉางโจว แล้วนำคนหนีมาทางนี้ เห็นได้ชัดว่าเมืองแตกแล้ว
เป็นไปได้อย่างไร?
เพิ่งผ่านไปนานเท่าใดกัน?
ระหว่างที่โอตานิ โยชิกำลังครุ่นคิด ฝุ่นควันกองใหญ่ก็ลอยคลุ้งมาจากไกล ๆ ทหารม้าศึกหลายร้อยนายควบตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วครู่ ทากาชิมะ ยูตะก็นำทหารม้าศึกหลายร้อยนายมาถึงตรงหน้า
โอตานิ โยชิไม่ต้องซักถาม เพียงเห็นคนเหล่านั้นของทากาชิมะ ยูตะก็รู้ว่าแต่ละคนมอมแมม เสื้อเกราะยุ่งเหยิง ทั้งยังมีบาดแผลติดกาย
แววตาของเขาเย็นเยียบลง ใบหน้าเคร่งขรึม รอให้พวกนั้นเข้ามาชี้แจง
ทากาชิมะ ยูตะรั้งม้าให้หยุดห่างจากทหารม้าของโอตานิ โยชิเจ็ดแปดจั้ง จากนั้นก็กลิ้งลงจากหลังม้า คลานกระเสือกกระสนมาหยุดตรงหน้าม้าโอตานิ โยชิ แล้วคุกเข่าหมอบลงกับพื้น
“ท่านแม่ทัพใหญ่ เมืองฝูฉางโจว...แตกแล้ว”
ทหารม้าคุ้มกันสามร้อยนายของทากาชิมะ ยูตะต่างกลิ้งตกจากอานม้า แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าโอตานิ โยชิเป็นแถบ
โอตานิ โยชิเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ทากาชิมะ ยูตะ หากข้าคำนวณไม่ผิด เมืองฝูฉางโจวมีทหารใต้บัญชาของเจ้าห้าพันนาย แต่ป้องกันได้ไม่ถึงวัน ใช่หรือไม่?”
