กระบี่หักยังคงส่งกระแสจิตถึงหลินเฟิง บอกว่าสามารถรวบรวมพลังไว้ด้วยกัน เพื่อให้ดวงวิญญาณของหลินเฟิงได้รับการยกระดับยิ่งขึ้น เพียงแต่ร่างกายของเขายังไม่แข็งแกร่งพอ เกรงว่าจะทนการชะล้างจากวิญญาณชั้นสูงและปราณแท้อันบริสุทธิ์เปี่ยมล้นเช่นนี้ไม่ไหว
หลินเฟิงย่อมไม่อาจยอมรับการทำลายร่างกายตนเอง เขาส่งกระแสจิตแสดงความขอบคุณ ทั้งยังกำชับให้กระบี่หักดูแลตนเองให้ดี พร้อมบอกมันว่าโลกใบนี้มิได้เรียบง่ายเช่นนั้น ยังมีคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจยิ่งกว่ารออยู่
ทว่ากระบี่หักกลับส่งอารมณ์ดูแคลนมาให้ ทั้งยังหยิ่งผยองอย่างยิ่ง
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด หลินเฟิงจึงลืมตาขึ้น พบว่ารอบด้านมืดสนิทแล้ว
ชั่วพริบตานั้น เขารู้สึกราวกับผ่านการชำระล้างอย่างหมดจดมาแล้ว ทั้งร่างปลอดโปร่ง สดชื่นสบายตัว
ปราณแท้ในร่างผ่านการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนกับกระบี่หัก จึงถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น แม้ปริมาณจะลดลงมาก แต่คุณภาพกลับเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้หลินเฟิงอดสงสัยไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วกระบี่หักเป็นสมบัติล้ำค่าฝ่ายธรรมะ หรือเป็นสิ่งชั่วร้ายอันตรายยิ่งในวิถีมารกันแน่?
พฤติการณ์เช่นนี้ชวนให้หลินเฟิงครุ่นคิดจนปวดเศียรเวียนเกล้า
หลินเฟิงสลัดความคิดทั้งปวง ลุกขึ้นยืดแขนขา ทุกครั้งที่ขยับ กระดูกและเส้นเอ็นทั่วร่างก็ส่งเสียงกรอบแกรบ
ราวกับมีพละกำลังย้ายภูผาถมสมุทร
หลินเฟิงฮึกเหิม กระปรี้กระเปร่า หูตากระจ่างชัด เขาทะยานขึ้นไปบนยอดไม้ ลอยไปข้างหน้าตามสายลมยามราตรี บัดนี้มองเห็นช่องว่างของแรงต้านเบื้องหน้าได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
