เหมียวหย่งกล่าวอย่างดูแคลนว่า “ต่อให้หนีไปคนเดียวก็ยังยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพาสตรีไปด้วย หากคิดจะพาคนหนีออกไป ก็ไม่ต่างจากรนหาที่ตาย”
“ก็จริง แต่ข้ายังทำใจไม่ได้ คราวนี้คงไม่มีโอกาสแก้แค้นแล้ว”
“โจรสลัดพวกนั้นแก้แค้นแทนเจ้าแล้ว จงมีชีวิตอยู่ให้ดีเถิด”
ทั้งสองเดินพลางพูดคุยกัน ความรู้สึกยินดีค่อย ๆ ผุดขึ้นในใจ
อย่างไรพวกเขาก็รอดชีวิตจากศึกเป็นตายมาได้ เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็เพียงพอให้คุยโวได้อีกครึ่งปี
บนแม่น้ำเหยียนถง เรือเดินสมุทรที่หลินเฟิงโดยสารกำลังแล่นทวนน้ำ ฝ่าคลื่นมุ่งขึ้นไป
บนดาดฟ้าหัวเรือ หลินเฟิงลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งอยู่ด้านหน้า มองสภาพแวดล้อมโดยรอบพลางเล่นปืนลูกโม่ในมือ
เผยชีอินยืนอยู่ข้างกายเขา ส่วนเฉียวจวี้ซานกับเย่เหลียงไฉยืนพิงกราบเรืออยู่ไม่ไกล
เจ้าหน้าตาย ซ่งเฉิน และคนอื่น ๆ ถูกหามออกมาตากแดด
ที่นี่เป็นเขตเมืองลั่วซีแล้ว ห่างจากเมืองประจำแคว้นไม่ถึงร้อยลี้ ผิวน้ำค่อย ๆ กว้างขึ้น จนมองไม่เห็นสิ่งใดบนสองฝั่งชัดเจน เหลือเพียงเส้นสีดำสองสาย
“พี่ใหญ่ ทางแม่ทัพหูจิ้นไฉคงลำบากไม่น้อย โจรสลัดไม่มีทางยอมทิ้งพื้นที่กว้างใหญ่และมั่งคั่งเช่นนั้นไปแน่”
เผยชีอินกล่าวเสียงเบา
หลินเฟิงพยักหน้าเบา ๆ “ข้ารู้ ตอนกำลังจะกลับไปก็พบพวกเจ้าเสียก่อน”
“ท่านคิดจะกลับไปหรือ?”
“อืม นครหลวงแบ่งเหนือใต้เป็นสองส่วน แปดเมืองเจิ้นซีคิดจะส่งกำลังไปช่วยเขตแดนทางใต้ย่อมไม่ง่าย คงต้องให้เหล่าหูหาทางเอาเอง หากข้ายังไม่กลับไป เกรงว่าเหล่าหูคงต้องถอยร่น”
“ยอมสละพื้นที่ไปชั่วคราวก็ดี เก็บรักษากำลังไว้จึงจะมีโอกาสตอบโต้”
