หนิวโต่วโน้มกายลงเล็กน้อย ตั้งใจฟังอย่างสงบ
เมื่อเขาจดจ่ออยู่กับเสียงของมู่เฉียนหยางอย่างเต็มที่ ก็ได้ยินอีกฝ่ายกล่าวว่า
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะจิตมารของกระบี่หัก จะโทษมู่ผู้นี้ไม่ได้แม้แต่น้อย...”
สิ้นเสียง หนิวโต่วก็รู้สึกเย็นวาบที่ท้องน้อย กระบี่หักถูกมู่เฉียนหยางแทงทะลุเข้าไปอย่างแรง
หนิวโต่วเบิกตาแทบถลน รีบโคจรปราณสุดกำลัง หมายดิ้นให้หลุดพ้น
น่าเสียดาย ปฏิกิริยาทั้งหมดล้วนช้าเกินไป มู่เฉียนหยางรัดเขาไว้แน่น กระบี่หักปักลึกอยู่ในทะเลปราณของหนิวโต่ว
หนิวโต่วอ้าปากหมายร้อง ทว่ามู่เฉียนหยางกลับยื่นมืออ้อมคอ ปิดปากเขาไว้ แล้วรวบร่างไว้ในอ้อมแขน
ปราณแท้ในร่างหนิวโต่วแกร่งกล้า พลังฝีมือเหนือกว่าจือฮวาหรงอยู่ขั้นหนึ่ง ครั้นชีวิตตกอยู่ในอันตรายถึงตาย เขาก็ชกหมัดหนึ่งใส่อกมู่เฉียนหยางอย่างแรง
ขาขวาก็เบี่ยงตัว ยกเข่ากระแทกขึ้นพร้อมกัน หมายบีบให้อีกฝ่ายคลายพันธนาการ
มู่เฉียนหยางโคจรปราณรับหมัดของหนิวโต่วซึ่ง ๆ หน้า มือซ้ายกำกระบี่หักไว้ไม่ปล่อย ศอกกดต่ำ ขวางเข่าที่กระแทกเข้ามา
ทั้งสองต่อสู้ประชิดตัวอย่างไร้เสียง ทุกกระบวนล้วนลงมืออย่างเหี้ยมโหด
น่าเสียดาย พลังฝีมือของมู่เฉียนหยางลึกล้ำกว่าหนิวโต่วไม่น้อย เมื่อแรงสะท้อนจากกระบี่หักส่งผล ความสามารถในการต่อต้านของหนิวโต่วก็อ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ
เขาอยากร้องตะโกน ทว่าถูกมู่เฉียนหยางปิดปากไว้ จึงทำได้เพียงอ้าปากกัดนิ้วของมู่เฉียนหยางอย่างแรง
ความเจ็บปวดรุนแรงระลอกหนึ่งแทบทำให้มู่เฉียนหยางคลายมือที่ปิดปากหนิวโต่ว
ในยามคับขัน เจตจำนงจากการฝึกฝนมาหลายปีช่วยให้เขาฝืนทนไว้สุดกำลัง แขนยังคงรัดร่างหนิวโต่วแน่นไม่ยอมคลาย
