ล้วนเป็นทหารม้า เพียงฟังเสียงกีบม้าก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าฝ่ายตรงข้ามมีกำลังพลเท่าใด
เหล่าทหารต่างมองหน้ากัน เสียงเช่นนี้ เกรงว่าจะเป็นกองทหารม้านับหมื่นกระมัง?
อู๋ต้าชางไร้ทางถอยแล้ว ในฐานะทหารม้า เขามีเพียงสองทางเลือก ไม่ก็พุ่งเข้าปะทะตรงหน้า ห้ำหั่นกับอีกฝ่ายอย่างดุเดือด ไม่ก็เลือกชัยภูมิตั้งรับแล้วโต้กลับ
แต่จะถอยทัพไม่ได้เด็ดขาด
เพราะเมื่อทหารม้าถอยกลับ จะยิ่งสร้างแรงปะทะต่อฝ่ายตนเอง ระหว่างถอยก็ไม่เหลือกำลังจะโต้กลับแม้แต่น้อย นับเป็นกลยุทธ์ชั้นเลวที่เปิดโอกาสให้ศัตรูเข่นฆ่าได้ตามใจ
บนทุ่งกว้าง มีกองทัพม้ายาวเหยียดปรากฏขึ้นทางซ้ายและขวา ฝุ่นควันตลบฟุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า
อู๋ต้าชางหรี่ตามองซ้ายขวาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโบกมือ
“ไป! ตามข้าไปสังหารทางขวา ตีให้พวกมันแตกพ่าย!”
กล่าวจบ เขาก็หนีบสีข้างม้าอย่างแรง ควบออกไปเป็นคนแรก
ทหารม้าศึกสามพันนายที่ตามหลังเขาเรียงแถวเป็นรูปหัวลูกศรแน่นขนัด ไล่กันไปทีละคน ควบม้าพุ่งไปเบื้องหน้า
ทหารม้าทุกนายปลดคันธนูออกมาแล้วขึ้นลูกธนูขนปีก ใช้ขาควบคุมม้า รอให้ระยะห่างกับฝ่ายศัตรูใกล้เข้ามา
หากกล่าวถึงฝีมือขี่ม้ายิงธนู ทหารม้าศึกแห่งกองทัพเจิ้นซีล้วนสู้ทหารม้าศึกคนเถื่อนไม่ได้
หากมิใช่เพราะหลินเฟิงจัดหาหน้าไม้ยิงต่อเนื่องให้ทหารม้าศึกแห่งกองทัพเจิ้นซีในปีนั้น การคิดใช้ทหารม้าเอาชนะคนเถื่อน เกรงว่าจะต้องสูญเสียกำลังพลมากกว่านี้
ทั้งสองฝ่ายเร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อเข้าสู่ระยะห้าสิบจั้ง ฝูงลูกธนูขนปีกก็ทะยานขึ้นจากกองทหารม้าที่กำลังควบทะยาน ราวกับเมฆดำผืนหนึ่ง
ระยะห่างไกลเพียงนี้ ทุกฝ่ายต่างยิงธนูขึ้นฟ้า ลูกธนูสองฝูงเฉียดผ่านกันกลางอากาศ ก่อนโปรยลงสู่กองทหารม้าของอีกฝ่าย
