แต่บัดนี้คิดปฏิเสธก็สายเกินไปแล้ว เมื่อรับสมบัติคุ้มสำนักไว้กับมือตน ก็เท่ากับรับน้ำใจจากอารามอวี้เฉวียนแล้ว
แม้มองดูแล้ว น้ำใจครั้งนี้จะไม่เห็นมีประโยชน์อันใดแม้แต่น้อยก็ตาม
หลินเฟิงคิดทบทวนซ้ายขวา ก่อนถอนหายใจยาวอย่างจนปัญญา
“เฮ้อ ช่างเถิด ใต้เท้าจ้าวลำบากแล้ว แผ่นดินต้าจงเป็นของพวกเราทุกคน จะปล่อยให้โจรสลัดล่วงล้ำได้อย่างไร ข้าหลินเฟิงจะต่อสู้กับโจรสลัดจนถึงที่สุด”
จ้าวฉวนจือลุกขึ้นอย่างรีบร้อน แล้วประสานมือคำนับจนแทบจรดพื้น
“ท่านกั๋วกงมีคุณธรรมยิ่ง ข้าน้อยเลื่อมใสจนหมดใจ”
หลังส่งจ้าวฉวนจือกลับไป หลินเฟิงก็นั่งมองแผนที่อยู่เพียงลำพัง
ดินแดนทางใต้ของต้าจงกว้างใหญ่ไพศาล กำลังพลสี่หมื่นนายส่งลงไปก็แทบไม่เพียงพอ
โจรสลัดเคลื่อนไหวในอาณาเขตกว้างขวาง ทั้งยังปราดเปรียว ย่อมไม่ง่ายที่จะกวาดล้าง
หากต้องการกวาดล้างโจรสลัดให้สิ้นซาก จำต้องระดมกองทัพที่มีกำลังพลอย่างน้อยหนึ่งแสนนาย
กองทัพใต้บัญชาของหลินเฟิงย่อมมีกำลังพลเกินหนึ่งแสนนายแล้ว ทว่าฮ่องเต้ต้าเจิ้งยังคงจับตาเขาอย่างมุ่งร้าย จะระดมกองทัพไปทางใต้ตามใจชอบ โดยละเลยหัวเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือได้อย่างไร
กระทั่งกินอาหารเย็นเสร็จ หลินเฟิงนั่งปรับลมหายใจเข้าฌานอยู่เพียงลำพังในห้องพักรับรอง ก็ยังคิดหาวิธีดี ๆ ไม่ออก
ขณะที่กำลังจะเข้าสู่การฝึกตนขั้นลึก ประตูห้องก็เปิดออก เผยชีอินพานักพรตเจินจั๋วเข้ามา
หลินเฟิงรีบลงจากเตียง เดินเข้าไปต้อนรับ
“ท่านอาจารย์ เหตุใดจึงมาเล่า?”
อารามอวี้เฉวียนกำลังตัดขาดความเกี่ยวข้องกับเขาหลินเฟิง การที่นักพรตเจินจั๋วมาหาถึงที่เช่นนี้ ย่อมต้องมีคนเห็นเป็นแน่
