อวี๋ซื่อหลงยังพอมีหนทางส่งคนออกไปได้หลายคน แม้ผลตอบแทนจะสูงยิ่ง แต่ความเสี่ยงก็ไม่น้อยเช่นกัน
“พี่ใหญ่ ท่านช่วยให้คำตอบสักคำเถิด”
“จะส่งคนออกไปได้กี่คน แล้วได้เงินเท่าไร”
“เอ่อ เขาไม่ได้บอก แค่อยากถามว่าพี่ใหญ่ท่านทำได้หรือไม่”
อวี๋ซื่อหลงเบิกตาถลน “บัดซบ เป็นลูกผู้ชายก็ต้องตอบว่าทำได้ ส่วนจะได้เงินมากเท่าไร ค่อยว่ากัน”
“น้องเขยข้าบอกแล้วว่า เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา”
“เช่นนั้นยังจะมัวพูดจาไร้สาระอยู่ไย รีบไปจัดการธุระให้เรียบร้อย ทางที่ดีให้น้องเขยมาคุยด้วยตนเอง เข้าใจหรือไม่”
อวี๋ซื่อหลงโบกมือไล่คน
“ขอรับ ๆ พี่ใหญ่พักผ่อนเถิด ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
สื่อสิงโจวค้อมกายคารวะ ก่อนจะวิ่งจากไปอย่างกระตือรือร้น
เมื่อเห็นแผ่นหลังของสื่อสิงโจวลับหายไปนอกประตู อวี๋ซื่อหลงก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด
ดูท่าขุนนางในราชสำนักต่างเริ่มวางแผนออกจากนครหลวงกันแล้ว ราชวงศ์ต้าเจิ้งกำลังจะล่มสลายกระมัง
ตนเป็นเพียงสามัญชน ย่อมไม่กลัวว่าใครจะขึ้นมามีอำนาจ ในสายตาเขา นี่มิใช่โอกาสทองในการหาเงินหรือ
ในเมื่อทุกคนอยากหนีออกไป ตนก็ต้องขึ้นราคาให้สูง
หากเรียกเงินน้อยเกินไป ก็ดูจะง่ายดายเกินไปมิใช่หรือ
อวี๋ซื่อหลงพึมพำกับตนเอง “คนละห้าร้อยตำลึงดีหรือ”
ชั่วพริบตาเขาก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ได้ น้อยเกินไป สองพันตำลึงน่าจะพอแล้วกระมัง”
“ไม่สิ เรียกเป็นทองคำดีกว่า ไม่เปลืองที่ ทั้งยังมีค่า”
“ไข่มุกและของล้ำค่าพวกนั้นก็ดีเหมือนกัน พวกขุนนางผู้สูงศักดิ์มีของเหล่านี้อยู่มากมาย ฮึ ๆ...”
เขาครุ่นคิดไปพลาง อดหัวเราะออกมาไม่ได้
หลินเฟิงให้เผยชีอินอยู่รักษาการณ์ที่ลั่วเฉิง รับผิดชอบประสานงานกิจการทหารและการปกครองของแต่ละหน่วย กำกับดูแลการก่อสร้างขั้นพื้นฐานของอู่ต่อเรือ อีกทั้งจับตาการศึกษาวิจัยเรือเดินสมุทรเป็นพิเศษ
