หลินเฟิงฟังคำพูดของพระชายานัตสึโกะแล้วเห็นว่า สตรีตรงหน้าผู้นี้แม้จะงดงาม แต่หาใช่ไม้ประดับไม่ ยังมีวิสัยทัศน์กว้างไกลอยู่บ้าง
เขาโบกมือ “เจ้ากลับไปได้แล้ว ทางที่ดีอย่าออกจากหอแห่งนี้ เพื่อมิให้ได้รับลูกหลง”
พระชายานัตสึโกะค้อมกายคารวะขอบคุณ ก่อนจะได้รับการประคองจากสตรีที่อยู่ข้างกายให้ลุกขึ้น
ก่อนหันกายจากไป นางลอบมองหลินเฟิงแวบหนึ่ง
“ใต้เท้า บอกนามของท่านให้นัตสึโกะทราบได้หรือไม่?”
“หลินเฟิง”
เมื่อนัตสึโกะได้ยินสองคำนี้ ร่างกายก็สั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้าง
“ท่าน...ท่านคือหลิน...เฟิงหรือ?”
หลินเฟิงพยักหน้าอย่างเฉยชา “เหตุใด ดูไม่เหมือนหรือ?”
“มะ...ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแต่...ช่าง...”
นัตสึโกะไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร ความตกตะลึงในใจทำให้นางเสียความสงบ จนเอ่ยคำติดขัด
มิใช่ว่านางไม่อยากเชื่อว่า ผู้ที่นำกำลังพลหลายพันนายบุกเข้าเกาะใหญ่แห่งต้าเหอ พิชิตกองเรือทัพเรือต้าเหอซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งน่านน้ำ แล้วบุกไปถึงนครหลวง
บัดนี้ยังบุกเข้าวังหลวงต้าเหออย่างแข็งกร้าว
กองทัพเจิ้นซีที่บุกทะลวงไปตลอดทาง ไร้ผู้ต้านทาน ผู้นำกลับเป็นชายหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยน มีใบหน้าอันอ่อนโยนเช่นนี้
ยิ่งหลินเฟิงนั่งอยู่เบื้องหน้าพิณโบราณของตน ก็ยิ่งเสริมให้เขาดูเปี่ยมด้วยความสง่างามของบัณฑิต
ภาพลักษณ์เช่นนี้จะเชื่อมโยงกับผู้นำกองทัพเจิ้นซี ผู้เลื่องลือในยุทธภพและสังหารผู้คนดุจผักปลาได้อย่างไร?
หลินเฟิงยิ้มน้อย ๆ “เอาละ เข้าไปในเรือนเถิด แม้กองทัพเจิ้นซีจะไม่สังหารราษฎร แต่เพื่อความปลอดภัยของตน ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าจะไม่ตอบโต้สิ่งใดก็ตามที่เป็นภัย”
