ฉุยอิ๋งเดินเที่ยวตลาดอยู่ครึ่งชั่วยาม จนมาถึงสุดปลายตลาด นางหมุนกายเดินย้อนกลับไป หยุดตรงแผงที่เคยต่อราคาไว้อีกครั้ง อยากดูว่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายจะยอมลดราคาได้หรือไม่
ขณะที่นางเดินมาถึงกลางตลาด พ่อค้าแผงเครื่องเงินก็ร้องเรียกฉุยอิ๋งไว้
“แม่นาง แม่นาง ลองกลับมาดูอีกครั้งเถิด ราคาของข้าหาที่อื่นไม่ได้แล้วจริง ๆ ไม่เหลือกำไรแม้แต่น้อย”
ฉุยอิ๋งยิ้ม พลางหมุนกายเดินกลับไป นั่งยอง ๆ รับปิ่นเงินมาด้ามหนึ่ง แล้วลูบคลำพิจารณาอย่างละเอียด
“ของแท้ คุณภาพก็ไม่เลว งานประณีตยิ่ง เพียงแต่แพงไปสักหน่อย”
“ข้าไม่ได้กำไรจริง ๆ แม่นาง หากท่านบอกได้ว่าที่ใดขายแพงกว่าข้า ปิ่นนี้ข้ายกให้ท่านเลย”
ฉุยอิ๋งรู้สึกว่าราคาสูง แต่ก็ทำใจวางไม่ลง ระหว่างที่กำลังลังเล จู่ ๆ ก็มีคนพูดขึ้นข้างกาย
“ข้าจะเอาปิ่นนี้ ราคาเท่าไร?”
พ่อค้ารีบกล่าว “เพียงห้าตำลึงเงินขอรับ กำลังรอแม่นางท่านนี้จ่ายเงินอยู่พอดี”
บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ อายุราวสามสิบปีโยนเงินก้อนหนึ่งลงบนแผงอย่างไม่ใส่ใจ
“เงินก้อนนี้แม้ไม่ถึงสิบตำลึง อย่างน้อยก็มีแปดตำลึง ปิ่นนี้ข้าซื้อ”
ฉุยอิ๋งยังไม่วางปิ่น นางหันขวับไปถลึงตาใส่บุรุษผู้นั้น
“ข้าซื้อด้วยเงินห้าตำลึง เจ้าต่างหากที่มาช้า”
บุรุษผู้นั้นยิ้มกล่าว “แต่แม่นางยังมิได้จ่ายเงินนี่”
“ข้าจะจ่ายเดี๋ยวนี้”
ฉุยอิ๋งเหลือบมองเขาอย่างไม่พอใจ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบเงินที่เอว
“ไม่ต้องจ่ายแล้ว ปิ่นนี้ข้ามอบให้แม่นางเอง”
ฉุยอิ๋งลุกขึ้น ยืดระยะห่างจากบุรุษผู้นั้นอย่างระแวดระวัง แล้วกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
รูปร่างสูงเพรียว หลังตรงสง่างาม
