หากสู้ต่อไปเช่นนี้ เขาคงทนไม่ไหวก่อนแน่ กระสุนปืนสั้นใกล้หมดเต็มที
หากอีกฝ่ายไร้ความกังวลเมื่อใด ก็ถึงคราวที่เขาต้องจบชีวิตเมื่อนั้น
หลินเฟิงสัมผัสได้ว่าเจ้าคนแก่สองคนที่ปรากฏตัวกับซ่อนตัวอยู่ต่างก็หวาดเกรงปืนสั้นในมือเขา เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่อาจต้านทานอานุภาพทะลวงของลูกปรายเหล็กได้
แต่ต่อให้มีอานุภาพทะลวงร้ายกาจเพียงใด หากยิงไม่ถูกเป้าหมายก็ไร้ประโยชน์
หลินเฟิงเซถลา ไม่รู้ว่าเจ้าคนแก่คนใดเตะเข้าที่แผ่นหลัง เขารู้สึกแน่นหน้าอก กลิ่นคาวเลือดทะลักขึ้นมาจนเกือบกระอักเลือดออกมา
ยังไม่ทันข่มเลือดก้อนนี้ลง สัญญาณอันตรายพลันแล่นวาบ เขาเอียงกายหลบ กรงเล็บที่คว้าคอไว้จึงฉีกเนื้อบริเวณหัวไหล่ซ้าย
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้หลินเฟิงแสยะปาก เขายิงปืนสั้นสวนกลับไปหนึ่งนัด ทว่ากระสุนยังคงพุ่งเข้าไปในท้องฟ้ายามราตรีอันว่างเปล่า ไร้ร่องรอยใด
ทางด้านหลินเฟิงเกือบถูกกระชากเส้นผม หลังดิ้นรนจนหลุดพ้น ผมของเขาก็ยุ่งเหยิง ดูน่าเวทนายิ่ง
เขากัดฟันฝืนทน สอดปืนสั้นกลับเข้าซอง ไม่อาจสิ้นเปลืองกระสุนอีกแล้ว เมื่ออีกฝ่ายจงใจระวังตัว เขาย่อมยิงไม่ถูก
เขาชักกระบี่หักออกมาอย่างลวก ๆ
ในใจครุ่นคิดว่าจะคว้าตัวสักคนได้หรือไม่ หากสังหารได้หนึ่งคนก็ไม่เสียเปล่า หากฆ่าได้สองคนก็นับว่ากำไร
บาดแผลบนร่างหลินเฟิงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความเร็วในการเคลื่อนไหวช้าลง เขาจึงค่อย ๆ เลิกป้องกันส่วนอื่น หันมาปกป้องเพียงจุดสำคัญบนร่างกาย พร้อมหาโอกาสสู้ตายอยู่ตลอดเวลา
คนโด เท็นชินเห็นว่าหลินเฟิงหมดแรงต่อต้านจริง ๆ จึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
