เดิมทีเขาเป็นองครักษ์ข้างกายหลินเฟิง จึงไม่ต้องสำรวมกิริยาต่อหน้าหลินเฟิง
“ท่านอ๋อง โจรสลัดพ่ายแพ้กลางทะเลแล้ว บนเกาะก็ถูกตีแตกเช่นกัน ยามนี้พวกมันเหลือทางรอดเพียงยึดเมืองไม่ออกมาสู้รบ ตั้งรับรักษาเมืองไว้จึงจะมีชีวิตต่อไป หากออกจากเมืองมาปะทะ ก็มีแต่จะตายเร็วขึ้น...”
เวินเจี้ยนยกมือห้าม ตัดบทเขา
“พวกเรารู้สถานการณ์ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าพูดซ้ำ ประเด็นสำคัญคือจะตีเมืองแตกอย่างไร เจ้าลองว่ามาสิ”
เซี่ยจ้งเงยหน้าดื่มชาจนหมดถ้วย
“ตีเมืองแตกไม่ยาก ส่งรถปืนใหญ่สี่สิบคันไปตั้งหน้ากำแพงเมือง ข้ารับรองว่าไม่เกินสิบนัด ประตูเมืองต้องพังแน่”
เวินเจี้ยนมองเขา “แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
เซี่ยจ้งแบมือ “จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับกองกำลังของท่านแล้ว”
เวินเจี้ยนโบกมือ “เรื่องนี้ยังต้องให้เจ้าพูดอีกหรือ ประตูเมืองถูกตีแตก โจรสลัดย่อมตั้งรับอยู่ในช่องประตู หากคิดบุกเข้าไปตรง ๆ ความสูญเสียย่อมไม่น้อย”
หลินเฟิงจ้องแผนที่บนโต๊ะ ขมวดคิ้วครุ่นคิด
“ในเมื่อโจรสลัดไม่กล้าออกมาสู้ เราก็ทำให้แนวป้องกันของพวกมันกระจายออก แล้วค่อยโจมตีจุดสำคัญ ทำให้พวกมันสูญเสียความได้เปรียบจากการใช้กำแพงเมืองเป็นแนวป้องกัน”
เวินเจี้ยนกับเซี่ยจ้งต่างเงียบเสียง ตั้งใจรอฟังหลินเฟิงกล่าวต่อ
“ให้โจมตีเช่นนี้”
หลินเฟิงกวักมือเรียก ให้เย่เหลียงไฉนำกระดาษกับพู่กันมา จากนั้นวาดภาพเมืองขึ้นบนกระดาษ
“นี่คือประตูเมืองทั้งสี่ของเมืองหลักชุนเถียน หน่วยปืนใหญ่เบาของเซี่ยจ้งแบ่งเป็นสี่กลุ่ม เข้าประจำการนอกประตูเมืองทั้งสี่ รับหน้าที่ยิงปืนใหญ่เปิดประตูเมือง”
“ให้กองบินของจ้าวซั่วขึ้นฟ้า เลือกจุดที่ลมส่ง แล้วทิ้งระเบิดโจมตีกองกำลังโจรสลัดที่รวมตัวตั้งรับอยู่หน้าประตูเมือง”
