นครหลวงมีเสบียงร่อยหรอลงทุกที ในฐานะทหารองครักษ์หลวง เสบียงในบ้านของพวกเขาก็มีไม่มากเช่นกัน ส่วนที่พอจะแย่งชิงได้ก็แทบถูกกวาดไปจนหมดแล้ว
บ้านไร้เสบียง ในใจจึงมีแต่ความหวาดหวั่น
โชคดีที่จงอู๋จี๋เป็นผู้นำที่เฉลียวฉลาดในเรื่องเหล่านี้ ยามนี้เขาจึงโบกมือออกคำสั่ง
“พวกที่มีเสบียงอยู่ในมือ จับตัวมาให้ข้าทั้งหมด!”
เหล่าทหารต่างเฝ้ารอคำสั่งนี้มานาน พอได้ยินก็แยกย้ายกันออกไปไล่ตามพวกที่แบกถุงเสบียงทันที
หลิ่วซูเสวี่ยกระโดดลงจากหลังม้าตามไปด้วย นางวิ่งไม่กี่ก้าวก็ถึงปากตรอกเล็กแห่งหนึ่ง แล้วกระชากดาบเอวออกมา พาดเข้าที่ลำคอของชายคนหนึ่งซึ่งกำลังจะหนี
“ย่อตัวลง แล้วอยู่เฉย ๆ!”
นางพยายามตะโกนให้เสียงห้าวกร้าวที่สุด
ดาบเอววาววับและเย็นเยียบ ชายผู้นั้นตกใจจนรีบย่อตัวลงกับพื้น ก่อนจะคุกเข่าตามไปด้วย
“ไว้ชีวิตด้วย ข้าแค่ออกมาหาอะไรกิน ขอท่านทหารไว้ชีวิตข้าด้วย!”
หลิ่วซูเสวี่ยกดดาบเอวลงเล็กน้อย
“พูดมาตามตรง เจ้าออกมาจากที่ใด?”
“บ้านข้าน้อยอยู่แถวนี้ ได้ยินว่ามีคนออกมาแย่งเสบียง จึงคิดว่าที่บ้านไม่มีอาหาร ต้องออกมาหาอะไรไปกินบ้าง ไม่เช่นนั้นคนในบ้านคงอดตายกันหมด”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกที่แย่งเสบียงมาจากที่ใด?”
“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ”
หลิ่วซูเสวี่ยเห็นเขาดูไม่เหมือนกำลังเสแสร้ง จึงยกดาบเอวขึ้น
“ไสหัวไป!”
ด่าจบแล้วนางก็หันไปไล่ตามชายอีกคนที่ถืออาวุธ
ชายที่กำลังจะหนีออกจากปากตรอกถือดาบอยู่ในมือ เมื่อได้ยินเสียงเกราะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งจากด้านหลัง ก็รู้ว่ามีทหารไล่ตามมา
เขาหันกลับไปมอง เห็นเพียงทหารองครักษ์หลวงร่างเตี้ยคนหนึ่งกำลังวิ่งตรงเข้ามา
