หลินเฟิงเป็นผู้มีความทรงจำดีเยี่ยม คลับคล้ายว่าเคยพบคนผู้นี้ในโถงใหญ่ที่ว่าการเมือง ยามนั้นเขายืนอยู่ตรงมุมห้อง ส่วนใหญ่ก้มหน้าอยู่ตลอด
เขาจึงพยักหน้า แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง
บ่าวชงชานำชาและขนมผลไม้มาวาง ก่อนค้อมกายถอยออกไป
จวีเหลียนเฮ่อไม่กล้านั่งลงอีก ทำได้เพียงค้อมกายยืนอยู่ข้างโต๊ะชา รอหลินเฟิงซักถาม
“เจ้ามาเชิญข้าดื่มชาหรือ?”
จวีเหลียนเฮ่อเผยรอยยิ้มประจบ “ท่านอ๋อง หากเป็นเช่นนั้นจริง ทุกอย่างคงดีงามยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
หลินเฟิงโบกมือ “อย่าพูดจาไร้สาระ ว่ามา”
จวีเหลียนเฮ่อครุ่นคิดเล็กน้อย “ท่านอ๋อง การที่พระองค์ปรากฏตัวอีกครั้งช่างดียิ่งนัก ข้าน้อยมีเรื่องมากมายอยากกราบทูล เพียงแต่...”
หลินเฟิงตัดบท “เลือกพูดแต่เรื่องสำคัญ”
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยขอร้องเรียนอู๋รั่วหลิน เจ้าเมืองจิงซี ว่ากระทำผิดกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตน ทั้งยังเบิกเงินภาษีของเมืองจิงซีไปใช้โดยพลการ จนคลังเมืองขาดแคลน ไม่มีเงินเหลือใช้พ่ะย่ะค่ะ”
หลินเฟิงหรี่ตาลง มือหนึ่งลูบคาง อีกมือยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ
“มีหลักฐานโดยละเอียดหรือไม่?”
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยรับผิดชอบงานเอกสารและบัญชี ย่อมมีหลักฐานพ่ะย่ะค่ะ”
“เบิกเงินภาษีไปเท่าใด?”
จวีเหลียนเฮ่อล้วงสมุดเล่มเล็กออกจากอกเสื้อ พลิกดูครู่หนึ่ง
“ท่านอ๋อง นับจากสามเดือนก่อน อู๋รั่วหลินเบิกเงินภาษีจากคลังเมืองไปทั้งสิ้น 46,700 ตำลึงพ่ะย่ะค่ะ”
“เงินภาษีถูกนำไปใช้ที่ใด?”
จวีเหลียนเฮ่อส่ายหน้า “เรื่องนี้...ข้าน้อยไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”
หลินเฟิงยิ้ม “หากเจ้าเมืองอู๋นำไปช่วยเหลือความเป็นอยู่ของราษฎร หรือใช้ปรับปรุงการเพาะปลูก ระบบชลประทาน และสิ่งปลูกสร้างในเมือง...”
