เหมียวฉางเฟิงขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน ก่อนจะนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใด
ลังเลอยู่ครู่ใหญ่
“มู่ชวน เจ้ามีความเห็นเช่นไร?”
หลินเฟิงคุ้นเคยกับที่แห่งนี้เป็นอย่างดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งถ่งหลิ่งทหารองครักษ์หลวง เขาจำเป็นต้องศึกษาภูมิประเทศทั่วทั้งต้าจงอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“ใต้เท้าอัครมหาเสนาบดี จากตรงนี้ หากเราเลียบฝั่งตะวันตกของแม่น้ำหลิงมุ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านอำเภอกว่างเฟิงจะพบจุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย จากนั้นเดินทางลงใต้ เข้าสู่ลำน้ำเฟิงเจ๋อ ที่นั่นมีหาดตื้นแห่งหนึ่ง สามารถควบม้าข้ามแม่น้ำได้”
เฟิงหลี่เบิกตากว้างทันที
“มู่ชวน เหตุใดเจ้าจึงรู้ละเอียดถึงเพียงนี้?”
หลินเฟิงยิ้มกล่าวว่า “ครั้งนั้นข้าดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยองครักษ์ของใต้เท้าอัครมหาเสนาบดี เคยนำทหารม้าศึกห้าร้อยนายสังหารฝ่าฟันจากลั่วเฉิงมาจนถึงกว่างเฟิง”
เหมียวฉางเฟิงลูบเคราพลางพยักหน้าชื่นชมไม่ขาดปาก
“ถูกต้องแล้ว ผลงานของมู่ชวนในครานั้นสร้างความตื่นตะลึงให้ราชสำนัก อีกทั้งยังทำให้โจรสลัดหวาดผวาจนขวัญหนีดีฝ่อ นับเป็นวีรบุรุษโดยแท้”
เฟิงหลี่รู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้ฟังจึงหมดความกังขาในใจ เหลือเพียงความเลื่อมใส
เขาเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นอย่างแท้จริง จึงไม่เข้าใจการเข่นฆ่าในสนามรบสักเท่าใด แต่ก็อดเลื่อมใสเมื่อได้ฟังผู้คนกล่าวขานถึงไม่ได้
ทัพหลวงต้าเจิ้งห้าร้อยนายที่มู่ชวนฝึกฝนด้วยตนเอง สร้างผลงานอันรุ่งโรจน์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจริง ๆ
เหมียวฉางเฟิงเลิกลังเล สะบัดแขนเสื้อกว้างอย่างองอาจ
“เป็นไปตามที่มู่ชวนกล่าว ทหารทุกนาย จงติดตามอัครมหาเสนาบดีผู้นี้เดินหน้า!”
เมื่อมีแผนการชัดเจน เหมียวฉางเฟิงก็ดูฮึกเหิมองอาจ ชายแขนเสื้อพลิ้วไหวขณะควบม้ามุ่งสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้
