เฉิงเหลียงชี้เข้าไปในห้อง
“ยังหลับอยู่”
หลินเฉี่ยวเม่ยโบกมือ
เฉิงเหลียงรีบหลีกทางให้ตรงประตู มองหลินเฉี่ยวเม่ยผลักประตูเดินเข้าไป
เขาไม่กล้าล่วงเกินสตรีผู้นี้ อีกทั้งยังรู้ฐานะของนางดี
หลินเฉี่ยวเม่ยคลำทางเข้าไปในห้องมืด ก่อนโน้มตัวซุกแก้มเข้ากับซอกคอของหลินเฟิง
“ตื่นได้แล้ว ชาวประมงที่อยู่ข้างนอกจะจัดการอย่างไร? ดึกดื่นป่านนี้ยังเรียกข้าลุกมาทำงาน เจ้านี่หลับสบายเสียจริง”
หลินเฟิงถูกนางซุกจนตื่น งัวเงียเอ่ยว่า
“ให้พวกเขาอยู่ที่นั่น รอการจัดการก็พอ”
หลินเฉี่ยวเม่ยชะงัก “พี่ชาย มีคนบาดเจ็บตั้งหลายร้อยคน ล้วนเป็นชาวประมงทั้งนั้น ไม่รักษาบาดแผลให้พวกเขาหรือ?”
หลินเฟิงผ่อนลมหายใจ ความง่วงงุนคลายไปบ้าง
เขายื่นมือบีบแก้มหลินเฉี่ยวเม่ยเบา ๆ
“ข้าก็แค่อยากให้พวกมันเห็นว่า หากกล้ามาก่อกวนอีกจะมีจุดจบเช่นไร”
แววตาของหลินเฉี่ยวเม่ยอ่อนโยน นางยื่นมือคลึงปลายคางของหลินเฟิง
“หนวดงอกอีกแล้ว เฮ้อ ไม่เห็นต้องยุ่งยากเพียงนั้น ข้าพาคนไปฆ่าล้างหมู่บ้านพวกมันเสียก็สิ้นเรื่อง”
หลินเฟิงฉุดนางขึ้นมานั่งบนตัว สัมผัสเรือนกายอ่อนนุ่มของนาง
“อย่าก่อเรื่อง พวกมันมาก่อกวน เราก็แค่คุ้มครองงานขุดคลอง หากไปฆ่าล้างหมู่บ้าน เจ้าคิดจะเปิดศึกกับซีเซี่ยหรือ?”
หลินเฉี่ยวเม่ยบิดกายไปมา
“เปิดศึกก็เปิดสิ พวกเศษสวะพวกนี้สู้ไม่ไหวหรอก”
หลินเฟิงตีก้นนางแรง ๆ ทีหนึ่ง
“เรากำลังอยู่ในช่วงพัฒนา ไม่ควรสร้างศัตรูไปทั่ว ทำตัวดี ๆ อย่าทำลายแผนการใหญ่ของข้า”
“ข้าเคยทำตัวไม่ดีเมื่อไร? ก็เป็นท่านสอนข้าเอง...อื้อ...”
หลินเฟิงไม่ปล่อยให้นางพูดต่อ เขาประกบปากปิดถ้อยคำที่เหลือไว้
ทั้งสองพลิกกายคลอเคลียกันในความมืด
