มิใช่ว่านักพรตทั้งสองไม่อยากออกหน้า ทว่าพวกเขาต่างรู้ดีว่า ด้วยกำลังของอารามอวี้เฉวียน ออกหน้าไปก็สู้สงบเสงี่ยมอยู่เฉย ๆ ไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ เหล่าศิษย์แห่งอารามอวี้เฉวียนจึงรอจนหลินเฟิงจากไปแล้ว ค่อยเริ่มออกมาจัดการปัญหาที่หลงเหลือ
นั่นก็คือศพที่เกลื่อนอยู่ทั่วพื้น
เยี่ยนเสี่ยวเจี่ยไม่พูดไม่ถาม ทั้งไม่สนทนากับผู้ใด เพียงหลับตานั่งขัดสมาธิอยู่ใต้กระถางเหล็ก ราวกับเข้าสู่สภาวะฝึกตนแล้ว
ภูเขาอวี้ฝูกลับคืนสู่ความสงบดังเช่นแต่ก่อน ประหนึ่งไม่เคยเกิดเรื่องใดขึ้น
ฉุยอิ๋งควบคุมกองทหารประจำเมืองจิงหนานไว้ได้แทบทั้งหมด
ส่วนการฝึกทหารและการกระชับอำนาจทางทหารในภายหลัง ย่อมมิใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในยามนี้ คำสั่งของนางสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทุกสิ่งทั้งในและนอกเมืองล้วนอยู่ในกำมือ
ภายใต้ความช่วยเหลือของเย่เหลียงไฉและกงซานเผ่า หัวหน้าหน่วยทหารแต่ละกองก็ยอมรับการปรับโครงสร้างเข้าสู่กองทัพเจิ้นซีอย่างราบรื่น
เหล่าทหารได้รับเงินชดเชย จึงพึงพอใจกันถ้วนหน้า
เมื่อหลินเฟิงกลับมาถึงเมืองประจำแคว้นจิงหนาน อย่างน้อยเมื่อมองจากภายนอกก็ไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติ
วันรุ่งขึ้น เหวินเฉิงเดินทางมาถึงเมืองประจำแคว้นจิงหนาน เขาเก็บตัวหารือกับหลินเฟิงอยู่ในห้องเป็นเวลาครึ่งค่อนวัน
จากนั้นยังให้คนไปตามจ้าวฉวนจือ ผู้ว่าการเมืองจิงหนานมา ทั้งสามหารือกันอีกครั้งหนึ่ง นานกว่าครึ่งชั่วยาม
สามวันต่อมา จ้าวฉวนจือ ผู้ว่าการเมืองจิงหนาน ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการเมืองจินเฮา ส่วนเหวินเฉิงรักษาการตำแหน่งผู้ว่าการเมืองจิงหนาน
ฉุยอิ๋งดำรงตำแหน่งถ่งหลิ่งกองทหารประจำเมืองจิงหนานแห่งกองทัพเจิ้นซี รับตำแหน่งแม่ทัพรถศึก ชั้นขุนนางขั้นสี่
