พระสนมตู้ก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
“ข้าจะเขียนคำให้การฉบับนี้ เพียงแต่ตอนขันทีนำไปส่ง ต้องทำให้เจ้าคนนั้นรู้แจ้งว่าข้าทุ่มเทเพื่อเขาไปมากเพียงใด...”
พานหยางทำได้เพียงถอนหายใจ
สวี่จิ้นมีสีหน้าไม่ต่างจากพานหยาง ในมือประคองคำให้การที่พระสนมตู้เขียนไว้ เขาแยกเขี้ยวอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็ยอมรับชะตากรรม
เขาคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ ก้มศีรษะกล่าวว่า
“ท่านถ่งหลิ่ง โปรดให้โอกาสข้าน้อยสักครั้ง”
หลินเฟิงยกถ้วยชาขึ้น จิบอย่างแช่มช้าแล้วกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“เช่นนี้เถิด เจ้ารับหน้าที่ล่อว่านจั๋วกับพวกออกจากเมือง ข้าจะจัดพิธีฝังศพในน้ำให้พวกเขาที่แม่น้ำจิ้น”
สวี่จิ้นก้มศีรษะรับคำ
ยามนี้ขอเพียงให้เขารอดชีวิต หลินเฟิงจะสั่งสิ่งใด เขาก็ไม่กล้าขัดแม้แต่น้อย
หากไม่เช่นนั้น คำให้การเพียงแผ่นเดียวเมื่อครู่ก็เพียงพอจะส่งคนทั้งตระกูลของเขาขึ้นแท่นประหาร
เรื่องนี้ไม่มีทางแก้ ในเมื่อพระสนมตู้ลากครอบครัวตนเองเข้ามาพัวพันด้วย ก็ยิ่งแสดงให้เห็นอีกทางหนึ่งว่า นางฝากชีวิตไว้กับเขาอย่างหมดใจแล้ว
สวี่จิ้นถูกปล่อยออกจากเมือง คนในตระกูลก็มารอรับเขาที่นอกเมืองแต่แรก
พวกเขาประกาศต่อคนนอกว่า ที่หลินเฟิงปล่อยสวี่จิ้นกลับมา เป็นเพราะตระกูลจ่ายเงินก้อนโตไถ่ตัวเขาออกมา
กล่าวเช่นนี้ก็ไม่ผิด พระสนมตู้แทบมอบทรัพย์สินทั้งหมดของตนให้หลินเฟิงแล้ว
สวี่จิ้นกลับถึงนครหลวง พักผ่อนอยู่สองวันจึงไปเข้าเฝ้าอ๋องรุ่ย
เขาพร่ำรำพันถึงเคราะห์กรรมที่ประสบมา แล้วขอให้อ๋องรุ่ยประทานโอกาสให้กลับเข้ารับตำแหน่งอีกครั้ง
อ๋องรุ่ยรู้ดีว่าสวี่จิ้นติดตามรับใช้ฝ่าบาทมาหลายปี หากเข้าไปวิงวอนฝ่าบาท พี่ชายของเขาย่อมใจอ่อนเป็นแน่
