เมื่อเห็นทุกคนเงียบลง อิงเซิงฮุ่ยก็รีบตะโกนเสียงดังขึ้น
“ขอทุกท่านยืนตามลำดับเดิม และประกอบพิธีบวงสรวงบรรพชนขององค์รัชทายาทให้เสร็จสิ้น”
สิ้นเสียง ภายในท้องพระโรงก็พลันมีเสียงอื้ออึงดังขึ้นระงม
ส่วนใหญ่เป็นเสียงบ่นไม่พอใจ สถานการณ์ตึงเครียดถึงเพียงนี้แล้ว จ้าวเจียนยังคิดจะประกอบพิธีขึ้นครองราชย์ต่อไป นับว่าเกินไปหรือไม่?
อิงเซิงฮุ่ยขมวดคิ้ว ก่อนกวักมือเรียกเซี่ยวั่งซึ่งยืนอยู่ตรงประตูท้องพระโรง
เซี่ยวั่งหันไปสั่งถ่งหลิ่งองครักษ์เกราะทองทันที
“ให้พวกเขาเข้าไปในท้องพระโรงเพื่อรักษาความสงบ ผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวาย ก็ลากออกไปให้หมด”
ชั่วพริบตา องครักษ์เกราะทองหลายสิบคนก็ถือทวนยาวกรูกันเข้าไปในท้องพระโรง ตั้งแถวอยู่โดยรอบ จับตามองทุกคนภายในด้วยท่าทีคุกคาม
ชั่วขณะนั้น ภายในท้องพระโรงเงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก ทุกคนต่างเชื่อฟัง จัดลำดับตามอาวุโส คุกเข่าลงหน้าแผ่นป้ายบรรพชน รอองค์รัชทายาทเสด็จมาถึง
ไม่นานนัก องค์รัชทายาทจ้าวเจียนก็ค่อย ๆ เดินออกจากห้องสงบมายังหน้าท้องพระโรง กวาดตามองเหล่าราชวงศ์ด้วยท่าทีเคร่งขรึม
จากนั้น ภายใต้การนำทางของอิงเซิงฮุ่ย เขาก็ไปยังตำแหน่งของตนแล้วคุกเข่าลง
มหาพรตผู้ประกอบพิธีรีบยืนหน้าแผ่นป้ายบรรพชน หยิบค้อนไม้ขึ้นเคาะ ทันใดนั้นเสียงระฆังหินใสกังวานก็ดังไปทั่วท้องพระโรง
จ้าวเจียนโน้มกายโขกศีรษะ พลางพึมพำคำบูชา
ท่ามกลางบรรยากาศอันขรึมขลัง หลี่ร่างเดินผ่านฝูงชนที่กำลังคุกเข่าคารวะด้วยสีหน้าร้อนรน ก่อนลอบเข้ามาข้างกายอิงเซิงฮุ่ย
อิงเซิงฮุ่ยไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เพียงตั้งใจฟัง
