หลินเฟิงมิได้คิดอะไรมาก เพียงโบกมือให้เหล่าองครักษ์ไปจัดการศพโหวซินซี
องครักษ์หลายคนกำลังจะเดินเข้าไปยกศพ ทันใดนั้นก็ได้ยินเผยชีอินร้องเสียงหลง
หลินเฟิงรีบหันกลับมา “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
เผยชีอินโบกมือให้เหล่าองครักษ์ถอยห่างออกไป ก่อนกวักมือเรียกหลินเฟิง
หลินเฟิงก้าวไปข้างหน้าหลายก้าว มาหยุดอยู่ตรงหน้าศพโหวซินซี
เผยชีอินกำลังนั่งยองอยู่ข้างศพ นางชี้ไปยังศีรษะของโหวซินซี เป็นสัญญาณให้หลินเฟิงดูให้ละเอียด
หลินเฟิงขมวดคิ้ว ก่อนย่อตัวลงอีกครั้งและโน้มเข้าไปพินิจดูอย่างใกล้ชิด
พอมองเห็นชัด เขาก็ตกตะลึงจนตาค้าง
เห็นเพียงว่าแม้โหวซินซีจะสิ้นลมหายใจแล้ว ทว่าบนศีรษะยังคงมีเลือดไหลลงมา
ตามปกติ เมื่อคนตาย เลือดย่อมหยุดไหล บาดแผลบนร่างกายก็ไม่ควรมีเลือดไหลออกมาอีก
แต่สภาพตรงหน้า เลือดของโหวซินซียังคงค่อยๆ ซึมออกมาจากมวยผม แล้วไหลไปตามช่องระหว่างเส้นผม ลงสู่กระบี่หักที่อยู่เบื้องล่าง
ส่วนกระบี่หักสีดำทึมซึ่งเป็นสมบัติคุ้มครองสำนักของอารามอวี้เฉวียนนั้น พื้นผิวสีดำทั้งเล่มกลับดูพร่าเลือนราวกับมีหมอกไหลเวียน เลือดที่ไหลลงไปบนตัวกระบี่มิได้ไหลต่อไปยังที่อื่น
เผยชีอินเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววหวาดกลัว
“ท่านแม่ทัพ... มันกำลัง... ดูดเลือด”
หลินเฟิงกลืนน้ำลาย พยักหน้าโดยไม่เอ่ยคำใด
เขาเห็นชัดเจนว่าแม้ผู้เฒ่าตรงหน้าจะสิ้นใจแล้ว เลือดในร่างกลับกำลังถูกกระบี่หักเล่มนี้ดูดเข้าไปในตัวกระบี่
ปรากฏการณ์นี้ประหลาดยิ่งนัก อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่หลินเฟิงไม่อาจใช้หลักวิทยาศาสตร์อธิบายได้
ทั้งสองได้แต่มองศพกับกระบี่หักอย่างเหม่อลอย
ไม่รู้ผ่านไปนานเพียงใด ในที่สุดเลือดก็หยุดไหลออกจากศีรษะของโหวซินซี
