ขอเพียงให้ทหารสามหมื่นนายของพวกเขาเข้าเมืองได้ เมื่อผนวกกับการตรึงกำลังของทัพหลวงต้าเจิ้งนับแสนที่อยู่นอกเมือง นครหลวงต้าจงก็ถือว่าถูกตีแตกแล้ว
ปลายยามเหม่า ท้องฟ้าสว่างไสวแล้ว รถม้าขนเสบียงทยอยแล่นจากท่าเรือมาถึงหน้าประตูเมืองทิศตะวันตกของนครหลวง
พวกเขาจอดรถม้าไว้หน้าคูเมือง รอให้ประตูเมืองเปิดและสะพานชักทอดลงมา
บนกำแพงเมืองมีทหารองครักษ์หลวงต้าจงยืนเฝ้าสังเกตการณ์ทุกความเคลื่อนไหวด้านล่าง
เป็นระยะจะมีหน่วยลาดตระเวนเดินผ่านไปมาบนกำแพงเมือง
คนขับรถม้าที่อยู่ขบวนหน้าได้รับมอบหมายภารกิจ พวกเขายืนอยู่ริมคูเมือง ทำทีเป็นทอดตามองลงไปในน้ำอย่างไม่ใส่ใจ
โอนิฟูจิ อิตสึจัดวางกำลังไว้อย่างรัดกุม บริเวณใกล้สะพานชักและประตูเมือง ทหารที่ดำน้ำอยู่ต่างใช้ก้านอ้อหนึ่งก้านโผล่พ้นผิวน้ำ ส่วนตัวคนซ่อนอยู่ใต้น้ำ
กองกำลังส่วนใหญ่อยู่ห่างออกไป ใช้โล่สีดินปิดบังใบหน้า ซ่อนตัวอยู่ใต้ตลิ่ง ซึ่งเป็นมุมอับสายตาจากบนกำแพงเมือง
ใกล้ถึงยามเฉินแล้ว ทหารเฝ้าประตูบนกำแพงเมืองเริ่มเตรียมเปิดประตู
จู่ ๆ คนขับรถม้าหลายคนที่ยืนอยู่ริมตลิ่งก็ชี้ไปยังคูเมือง พลางส่งเสียงพูดคุยกันดังลั่น
“เอ๊ะ ดูสิ ในคูเมืองมีปลาใหญ่ด้วย!”
“อยู่ตรงไหน?”
“ทางนี้ ดูทางนี้สิ มีฟองผุดขึ้นมา!”
“คงไม่ใช่ปลาใหญ่กระมัง ดูเหมือนมีอะไรอยู่”
“อะไรหรือ?”
“ผีน้ำ! อา ผีน้ำ!”
เสียงร้องตกใจดังขึ้น ทำให้ทหารบนกำแพงเมืองพากันมารวมตัว แล้วก้มมองลงมาด้วยความฉงน
“เร็วเข้า ในน้ำมีผีน้ำ...”
คนขับรถม้าหลายคนร้องลั่น พลางกระโดดโลดเต้นเรียกทหารบนกำแพง
