วาตานาเบะ ชินโจกวักมือเรียกยามาดะ ชุนให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบพลางวาดเส้นทางลับให้ดู
ไม่นาน ทั้งสองก็ตกลงกันเรียบร้อย แล้วแยกย้ายเดินไปคนละทิศ
วาตานาเบะ ชินโจเพิ่งเดินไปได้สองก้าวก็พลันหันกลับมา
“ถ่งหลิ่งยามาดะ หากฝ่าบาทไม่ทรงเห็นชอบจะทำเช่นไร?”
ยามาดะ ชุนไม่หยุดฝีเท้า ยังคงเดินไปยังกองบัญชาการในค่ายทหาร พลางโบกมือ
“วางใจเถิด ฝ่าบาทต้องทรงเห็นชอบเป็นแน่”
วาตานาเบะ ชินโจมองฝีเท้าอันหนักแน่นของยามาดะ ชุนแล้วก็รู้ว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้คิดจะลงมือโดยพลการ พาจักรพรรดิคันบุนออกจากเมืองหลวง
ก่อนจักรพรรดิคันบุนจะขึ้นครองราชย์ ทั้งสามมักกินดื่มเที่ยวเล่นและเที่ยวหอนางโลมด้วยกันเป็นประจำ จึงเข้าใจนิสัยใจคอของกันและกันเป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้เอง หลังจักรพรรดิคันบุนขึ้นครองราชย์ ทั้งสองจึงกลายเป็นขุนนางคนสนิทที่พระองค์ทรงไว้วางใจที่สุดในทันที
ยามนี้ ข้างกายจักรพรรดิคันบุนเหลือขุนนางคนสนิทอยู่เพียงสองสามคน ซึ่งยังคงเต็มใจถวายคำปรึกษาจากใจจริง
หลินเฟิงกับกองทัพเจิ้นซี 2,000 นายประจำอยู่ในวังหลวงต้าเหอ คอยรับเสบียงจากนอกเมืองไปพลาง แบ่งกำลังตรวจสอบเชลยศึกในวังหลวงต้าเหอไปพลาง
พวกเขาเลือกเรือนลานกว้างแห่งหนึ่งเป็นกองบัญชาการกลาง ตั้งปืนกลหนักไว้ที่มุมทั้งสี่ เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันการโต้กลับของกองกำลังโจรสลัด
หลินเฟิงมอบหมายให้ที่ปรึกษาสองคน คือโทกุงาวะ นารุชิเงะกับทากาฮาชิ อากิทากะ ร่วมมือกับเวินเจี้ยนและคนอื่น ๆ สอบสวนและจำแนกเชลยในวัง
ส่วนหลินเฟิงพาองครักษ์เดินชมไปทั่ววังหลวงต้าเหอ
