“น้องชายหมายจะช่วยผู้คนให้พ้นจากทุกข์ยาก ทว่าไม่รู้ว่าความปรารถนาของมนุษย์นั้นไร้ที่สิ้นสุด ทั้งยังโลภไม่รู้จักพอ ต่อให้เติมเต็มสิ่งที่ต้องการในยามนี้ได้ ก็ไม่มีวันเติมเต็มไปชั่วชีวิต”
“แต่สิ่งที่ข้าคิดคือช่วยให้พ้นทุกข์ในยามนี้ ใช้ความปรารถนาอันไม่รู้จักพอของพวกเขาเป็นแรงผลักดันให้สร้างอนาคตของตน และทำเป้าหมายให้สำเร็จ อย่างไรเสีย ทุกคนล้วนมีสิ่งที่มุ่งหมาย”
“ผู้คนในโลกีย์ก็เป็นเพียงมดปลวก ต่อให้มีสิ่งมุ่งหมาย ก็หนีไม่พ้นอำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง และรูปโฉมงดงาม ไหนเลยจะรู้ถึงความยิ่งใหญ่ไพศาลของหนทางสู่ชีวิตอมตะ”
“แต่ชีวิตมีเริ่มต้นและสิ้นสุด นั่นจึงเป็นหนทางที่ถูกต้อง ส่วนวิถีอันยิ่งใหญ่และชีวิตอมตะนั้นไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด มิใช่ยิ่งทำให้ผู้คนแสวงหาอย่างไร้ขอบเขตหรือ?”
“ผิดแล้ว การแสวงหาวิถีอันยิ่งใหญ่และชีวิตอมตะคือเป้าหมายสูงสุดของพวกเรา สิ่งแรกที่ต้องมีคือ...”
ทั้งสองโต้เถียงกันโดยไม่สนใจบุรุษฉกรรจ์ที่ล้อมอยู่รอบด้าน ทว่าถ้อยคำยังไม่ทันจบ บุรุษผู้หนึ่งก็วิ่งทะยานเข้ามาขัดจังหวะ
บุรุษผู้นั้นกระโดดโลดเต้นมาหยุดตรงหน้าหลินเฟิง สองมือโบกสะบัดไปมา ใบหน้าที่เดิมดูซื่อทื่อเผยความตื่นเต้นขึ้นมาวูบหนึ่ง
หลินเฟิงเพ่งมองอย่างพินิจ ก่อนจะเผยสีหน้าปรีดาไม่ต่างกัน
“เฮ้ เจ้าหน้าตาย เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
เจ้าหน้าตายพูดไม่ได้ จึงได้แต่โบกมือทั้งสองข้างเป็นท่าทาง ใบหน้าแดงก่ำ
เขาตามหาหลินเฟิงจนต้องผ่านความลำบากมานับไม่ถ้วน เดินทางไปทั่วดินแดนต้าจงเกือบครึ่งหนึ่ง ในที่สุดก็พบตัวคนที่ตามหา แล้วจะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร
หลินเฟิงหัวเราะ “พอแล้ว ไม่ต้องทำท่าอีก แค่ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว ข้ารู้อยู่แล้วว่าชีวิตเจ้าทนทายาดยิ่งกว่าข้าเสียอีก”
