อวี๋ฝูโหวไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง
แม่ทัพอีกคนหนึ่งคล้ายถูกเสียงสะเทือนจนล้มลง ร่างหงายหลังพลัดตกจากก้นม้าไปพร้อมเสียงระเบิด
อวี๋ฝูโหวรีบกระตุกบังเหียนม้าศึกอย่างแรง ชะลอความเร็วลง
เขาหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความตกตะลึง
ทหารม้าสามร้อยนายต่างกระตุกบังเหียนให้ม้าหยุด แล้ววนล้อมแม่ทัพสองคนที่ล้มอยู่บนพื้น
อวี๋ฝูโหวกระโดดลงจากหลังม้า ก้าวฉับ ๆ ไปข้างกายแม่ทัพทั้งสอง ก่อนย่อตัวลงพลิกร่างแม่ทัพคนหนึ่ง
บนหน้าผากของแม่ทัพผู้นั้นมีรูเลือดขนาดเท่านิ้วมือเช่นเดียวกับฉู่จ้านสง เลือดกำลังไหลซึมออกมาอย่างช้า ๆ สิ้นใจไปแล้ว
อีกคนก็มีสภาพไม่ต่างกัน
เหล่าทหารบนหลังม้าศึกสามร้อยนายมองอวี๋ฝูโหวอย่างงุนงง เมื่อหัวหน้าสิ้นชีวิตแล้ว พวกเขาจึงได้แต่รอดูว่าเชียนฟูจ่างผู้นี้จะจัดการอย่างไร
อวี๋ฝูโหวหันไปมองกองกำลังหนึ่งพันนายที่อยู่ไกลออกไป กำลังเคลื่อนเข้ามาทางนี้อย่างช้า ๆ
เขากะพริบตา พลันรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ
คนผู้นั้นให้เขาทำเครื่องหมาย ที่แท้ก็เพื่อใช้เป็นเป้าหมายให้ยิง นี่เป็นปืนลูกซองของกองทัพเจิ้นซีสินะ?
หากยิงพลาดไปเล่า?
ไม่ใช่แค่อวี๋ฝูโหวเท่านั้น ทหารทั้งสามร้อยนายต่างมองแม่ทัพสองคนที่สิ้นชีพอยู่บนพื้นด้วยความตื่นตะลึง ก่อนหันไปมองกองทัพหนึ่งพันนายที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา
ระยะห่างเมื่อครู่นี้ ธนูย่อมยิงไม่ถึง พวกเขาต่างเคยได้ยินเรื่องปืนลูกซองของกองทัพเจิ้นซี ว่ากันว่าอานุภาพร้ายแรง ทั้งยังส่งเสียงดังสนั่น
เสียงระเบิดเมื่อครู่นี้คงเป็นอาวุธชนิดนั้นกระมัง
ช่างร้ายกาจนัก ยังมองคนไม่ชัดก็ถูกสังหารแล้วหรือ?
อวี๋ฝูโหวได้สติกลับมา โบกมือพลางตวาดว่า
“ทุกคนจงระวังให้ดี คนเหล่านี้เป็นคนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งต้าจง ฟังดูว่าพวกเขาจะกล่าวเช่นไร ผู้ใดลงมือโดยพลการ จุดจบของสองคนนั้นเมื่อครู่ก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุด”
