มู่เฉียนหยางมีสีหน้าเคร่งขรึม “น้องหลิน ต้องการให้พี่ใหญ่ช่วยสังหารคนผู้นี้หรือไม่?”
หลินเฟิงประสานมือคารวะ “ขอบคุณพี่มู่ที่มีน้ำใจ หากประกาศท้ารบกันอย่างเปิดเผยเช่นนี้ จะก่อให้เกิดสงครามระหว่างสำนักหรือไม่?”
จี๋เฟิงสิงกล่าวอย่างดูแคลน “อารากิ มาซาชิเงะผู้นี้เป็นคนบ้าสงคราม หลายปีก่อนเคยเที่ยวท้าตีท้าต่อยผู้คนไปทั่ว ศิษย์สำนักที่ตายด้วยน้ำมือเขามีมากจนนับไม่ถ้วน ข้าเฒ่ายังเคยคิดจะออกทะเลไปตามหาถึงสำนักของเขาเสียด้วยซ้ำ”
เกาเจิ้งชิงดวงตาเป็นประกาย “น้องหลิน หากเจ้าบอกเคล็ดลับการใช้กระบี่หักให้พี่ใหญ่รู้ พี่ใหญ่รับรองว่าภายในหนึ่งปีจะนำศีรษะของอารากิ มาซาชิเงะมาให้ได้”
“ถูกต้อง ข้าขอสาบานว่าจะเอาชีวิตคนผู้นั้นให้ได้”
มู่เฉียนหยางกล่าวเสียงดังตามมา
หลินเฟิงยิ้มพลางโบกมือ “ประมุขเกา ข้าเคยบอกท่านไปแล้วมิใช่หรือ เหตุใดยังทดสอบไม่ได้ผลเล่า?”
จี๋เฟิงสิงกับมู่เฉียนหยางหันไปมองเกาเจิ้งชิงพร้อมกันทันที
เกาเจิ้งชิงรีบกล่าว “อย่ามองข้า เขาบอกให้ใช้กระบี่หักแทงเข้าท้อง แล้วผลจะปรากฏทันที พวกเจ้าคนใดจะลองก่อน?”
มู่เฉียนหยางหันไปยิ้มเจื่อนให้หลินเฟิง “น้องหลินยังคงหยอกล้อพวกเราอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อใดเจ้าถึงจะพูดจาจริงจังสักครั้ง”
หลินเฟิงพลันเปลี่ยนสีหน้า
“พี่ชายทุกท่าน สิ่งที่ข้าหลินกล่าวล้วนเป็นความจริง กระบี่เล่มนี้กระหายเลือด ทุกคนต่างรู้ว่าเป็นของชั่วร้ายอัปมงคล ข้าเคยเตือนประมุขเกาแล้วว่าให้อยู่ห่างจากมันให้มากที่สุด มิฉะนั้นจะพัวพันกับกรรมและพบจุดจบอันน่าเวทนา”
เมื่อเสวียนหยางจื่อได้ฟังเช่นนั้นก็เห็นพ้องอย่างยิ่ง พยักหน้าหงึกหงักไม่หยุด
