บุรุษผู้นี้ ในใจนางยิ่งทวีความลึกลับขึ้นอีกขั้น
ยิ่งได้สัมผัสใกล้ชิด นางก็ยิ่งรู้สึกว่ามองบุรุษตรงหน้าไม่ทะลุปรุโปร่ง
ยิ่งอยากสืบเสาะให้ลึกซึ้ง ทว่ากลับไม่รู้ว่าตนตกลงสู่หุบเหวลึก ยากจะถอนตัวขึ้นมาได้แล้ว
หลินเฟิงอยู่ที่นี่ครึ่งค่อนวัน กว่าจะพาคนออกมา
ในใจเขายังคิดถึงการสร้างอสนีบาตลูกเล็กขึ้นมาอีกสักหน่อย เป็นลูกเหล็กที่ขว้างออกไปด้วยมือได้
อานุภาพสังหารของมันเทียบเท่าระเบิดมือในชาติก่อนของเขา
เขาคิดจะใช้อาวุธเช่นนี้สยบกองทัพกบฏของอ๋องฝูให้ราบคาบในคราเดียว
ต้องเป็นความพ่ายแพ้ชนิดที่ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะต่อต้าน
เพียงแต่ลูกเหล็กเหล่านี้หล่อขึ้นมาได้ยาก ทั้งยังต้องอาศัยฝีมือประณีต ทำให้ผลิตได้ในปริมาณน้อย
มีระเบิดมือน้อยก็ไร้ประโยชน์ หากมีมากก็ทำออกมาไม่ไหว อีกทั้งยังเสี่ยงเกิดข้อผิดพลาดในหมู่ทหารที่ไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย
เพราะฉะนั้นยังนำมาใช้ไม่ได้ในยามนี้
เมื่อออกจากค่ายเครื่องยิงก้อนหินของซีเหนียง ฟ้าก็มืดลงแล้ว หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ไปกันเถิด พวกเราไปกินมื้อเย็นที่เรือนผู้ดูแลใหญ่ไป๋”
ที่พักของไป๋จิ้งอยู่ไม่ไกล เรือนที่นางอาศัยมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก แต่ก่อนเคยเป็นจวนของพ่อค้าคหบดีผู้มั่งคั่ง
ทั่วลานกว้างปูด้วยสิ่งที่ดูคล้ายผ้าไหมชั้นหนึ่ง
หญิงสาวหลายสิบคนกระจายกันอยู่รอบบริเวณ ต่างนั่งยอง ๆ ทำงานอยู่บนพื้น
ไป๋จิ้งเดินออกมาต้อนรับที่หน้าประตู พลางยิ้มสบตาหลินเฟิง
“เหตุใดจึงนึกอยากมาเยี่ยมข้าถึงที่นี่เล่า?”
“ข้าคิดจะมานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีเวลา”
ไป๋จิ้งหันหลัง เดินเคียงข้างหลินเฟิง
