ทหารที่ยืนอยู่ด้านหน้าชักดาบตรงออกมา ดวงตาทั้งสองจับจ้องทหารม้าศึกที่ควบใกล้เข้ามาด้วยความสิ้นหวัง เรี่ยวแรงทั่วร่างเหือดหาย แม้แต่ดาบตรงที่ยกขึ้นก็ยังดูไร้เรี่ยวแรง
ก่อนที่โจรสลัดจะจัดขบวนทัพเสร็จ ทหารม้าศึกจากกองเจิ้นเฟิงก็พุ่งชนเข้าไปกลางหมู่โจรสลัดแล้ว
ทหารม้ากว่าร้อยนายจากทั้งสองฝั่ง โดยมีหลินเฟิงกับเฉียวจวี้ซานนำหน้า ยกขบวนประหนึ่งฝูงพยัคฆ์คำราม บุกเข้าไปในฝูงแกะที่เชื่อง
กองโจรสลัดแตกตื่นอลหม่าน พลังต้านทานลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
ใครก็ตามที่วิ่งมาเป็นเวลานานย่อมสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปมาก ไม่มีแรงเหลือพอจะต่อต้าน
โจรสลัดส่วนใหญ่คิดเพียงว่า หากหลบได้ก็จงหลบ พวกเขาต้านไม่ไหวอยู่แล้ว
โจรสลัดสามพันคนเริ่มแตกกระเจิง ต่อให้หัวหน้ากองจะตะโกนข่มขู่เช่นไรก็ไม่แม้แต่จะหันกลับมา ต่างพากันวิ่งหนีเข้าไปในทุ่งกว้าง
คนสามพันนับว่ามากมาย เมื่ออยู่ในทุ่งกว้างจึงรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่วนทหารม้าจากกองเจิ้นเฟิงที่มีไม่ถึงสามร้อยนาย เมื่อบุกเข้าไปกลางหมู่โจรสลัดกลับดูเล็กจ้อยยิ่งนัก
ทว่าทหารม้าศึกที่เล็กจ้อยเหล่านั้นกลับทำให้กลุ่มคนดำทะมึนแตกฮือราวกับฝูงแมลงวัน บินว่อนกระจัดกระจายไปทั่ว
ยังดูคล้ายฝูงเป็ดแตกตื่น ส่งเสียงร้องก้าบ ๆ กระพือปีกวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง
ทหารม้า 283 นายแบ่งเป็นสองขบวนรูปลูกศร บุกตะลุยสังหารโจรสลัดสามพันคนไปมาอย่างอิสระ
หลินเฟิงละตำแหน่งผู้นำขบวน ให้เย่เหลียงไฉนำทัพโจมตีโจรสลัดต่อ ส่วนตนควบม้าไล่ตามเชียนฮู่โจรสลัดทั้งสามคน
ตำแหน่งที่เขากำหนดให้ตนเองในภายภาคหน้าคือผู้ตัดหัว
เขามุ่งสังหารเฉพาะหัวหน้าศัตรู ส่วนทหารที่วิ่งแตกตื่นอยู่ตรงหน้าไม่อยู่ในความสนใจอีกต่อไป
