จวีเฉาเยว่ขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยถามสิ่งใด ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนดังขึ้น
“ฝู่ถ่งหลิ่งมาถึงแล้ว...”
เจียวซานเฉียงกับจวีเฉาเยว่จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเอาแต่พูดคุยจนลืมภารกิจของตน
บนแท่นสูง จ้าวกุยยืนอยู่ตรงกลางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม กำลังกวาดตามองฝูงชนเบื้องล่าง
ตรงทางเข้าลานฝึกทหาร เหล่าทหารแยกออกไปสองข้าง เปิดทางตรงกลาง
ม้าขาวตัวหนึ่งยกขาหน้าอย่างองอาจ ควบทะยานตรงไปยังแท่นสูงกลางลานฝึกทหาร
หลินเฟิงควบม้ามาถึงใต้แท่นสูง ก่อนกระโดดลงจากหลังม้าแล้วก้าวขึ้นไปบนแท่น
จ้าวกุยหันมามองเขาพร้อมรอยยิ้ม มิได้คำนับ เพียงพยักหน้าเล็กน้อย
“ฝู่ถ่งหลิ่งยังอุตส่าห์มาด้วยตนเอง เห็นได้ชัดว่าท่านให้ความสำคัญกับการส่งมอบกองทัพครั้งนี้ ขอบคุณ”
หลินเฟิงไม่สนใจเขา หันไปมองเหล่าทหารเบื้องล่าง ซึ่งเรียงแถวเป็นระเบียบแน่นขนัด
จากนั้นก็ผายมือทั้งสองข้างออก “เริ่มได้”
แม่ทัพนายหนึ่งด้านล่างขานรับเสียงกึกก้อง ก่อนหันไปสั่งการทหารใต้บังคับบัญชาให้แยกไปสองข้าง
เฉิงเหลียงนำทหารม้าหลายร้อยนายควบม้ามาถึงหน้าแท่นสูง แล้วยกมือชี้เจียวซานเฉียงซึ่งยืนอยู่ด้านหนึ่งของแท่น
“ทหาร จับตัวคนผู้นี้ไว้”
เจียวซานเฉียงพลันตกตะลึง กล้าลงมือกันในถิ่นของข้ารึ?
เขาพลันตะโกนเสียงแหลม
“ทหาร! รีบมานี่ จับพวกมันให้หมด ไม่ว่าจับเป็นหรือตาย!”
น่าเสียดาย แม้เสียงตะโกนของเขาจะดังลั่น กลับไม่มีผู้ใดวิ่งเข้ามา
เหล่าทหารค่ายที่เจ็ดโดยรอบ รวมถึงองครักษ์ของเจียวซานเฉียง ล้วนถูกทหารที่เพิ่งเข้ามาในลานฝึกทหารใช้หน้าไม้เล็งไว้ จึงไม่กล้าขยับ
