การโจมตีจากทั้งสองทางนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่มนุษย์ไม่อาจต้านทานได้ ทหารโจรสลัดนับพันได้แต่เงยหน้ามองวัตถุขนาดมหึมาบนฟ้าอย่างอับจนหนทาง ชั่วขณะหนึ่งต่างทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองจุดดำมากมายร่วงลงมาจากท้องฟ้าราวกับห่านออกไข่
จุดดำเหล่านั้นตกลงบนกำแพงเมือง ก่อนระเบิดออกในพริบตา โยนทหารที่หลบไม่ทันจำนวนมากกระเด็นลอยขึ้นไป หมุนคว้างกลางอากาศแล้วร่วงลงไปเบื้องล่างกำแพง
ทหารโจรสลัดบนกำแพงเมืองแตกตื่นอลหม่าน ต่างเงยหน้ามองลูกทรงกลมขนาดมหึมาสองลูก พลางวิ่งหาที่หลบภัย
ยามนี้เวินเจี้ยนเริ่มนำทัพโจมตีจากภาคพื้นดินแล้ว กองทัพเจิ้นซีหนึ่งหมื่นนาย มีกองทหารม้าศึกสองพันนายอยู่แนวหน้า ส่วนทหารราบแปดพันนายตามติดอยู่เบื้องหลัง พากันกรูกระหน่ำเข้าใส่เมืองฝูฉางโจว
การโจมตีต่อเนื่องเป็นชุดทำให้ขวัญกำลังใจของกองโจรสลัดภายในเมืองแตกสลาย กระบวนทัพกระจัดกระจาย ต่างสู้รบกันตามลำพัง ท่ามกลางเสียงปืนใหญ่คำราม พวกเขาแทบไม่ได้ยินคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ทหารโจรสลัดวิ่งพล่านไปทั่วเพื่อหลบระเบิด จนละทิ้งตำแหน่งป้องกันเดิมของตนไปนานแล้ว
เมื่อทหารม้าศึกสองพันนายของกองทัพเจิ้นซีควบมาถึงใต้กำแพงเมืองพร้อมเสียงกึกก้อง กองโจรสลัดยังคงจมอยู่ท่ามกลางไฟปืนใหญ่
ก่วนชางฮวาเชื่อมั่นในกองทัพเรือของตนเป็นอย่างยิ่ง แม้เห็นทหารม้าศึกของกองทัพเจิ้นซีควบมาถึงใต้กำแพงเมือง เขาก็ยังมิได้สั่งหยุดยิง
เพียงสั่งให้พลปืนใหญ่ขยับแนวรุกไปข้างหน้า เพื่อขยายระยะยิง
จนกระทั่งทหารม้าศึกหน่วยแรกควบข้ามสะพานชัก มุ่งหน้าไปยังช่องประตูเมือง ก่วนชางฮวาจึงโบกมือออกคำสั่งอีกครั้ง ให้หยุดยิงปืนใหญ่ทั้งหมด
ระยะทางไม่ถึงห้าลี้ ทหารม้าศึกเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ส่วนทหารราบแปดพันนายก็วิ่งไม่ช้าเช่นกัน
