นางกำนัลรีบยกมือปิดปากตนเอง ก่อนสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเสียงหัวเราะหยอกล้อกลับดังแว่วมาจากที่ไกล
หลินเฟิงเดินกลับเมืองคุน พลางขมวดคิ้วครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งทำไป
ในใจรู้สึกซับซ้อนอยู่บ้าง เพราะจู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าตนเองใจกว้างไม่พอ แม้แต่นายทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งก็ยังไม่ยอมละเว้น
ถึงกับลงมือข่มขู่คนผู้นั้นด้วยตนเอง ช่างดูคับแคบเกินไปแล้ว
ชั่วขณะเมื่อครู่ ความอำมหิตสายหนึ่งพลุ่งพล่านขึ้นในอก จนเขาเกือบฟาดแขนลงไป สังหารพวกที่ขวางหน้าให้กลายเป็นศพทีละคน
ยามเผชิญหน้ากับนายทหารชั้นผู้น้อยคนนั้น หากอีกฝ่ายแสดงพิรุธแม้เพียงน้อยนิด เขาก็คงชักดาบฟันศีรษะอีกฝ่ายทิ้งไปแล้ว
หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเงยหน้ามองดาวพร่างพรายบนฟากฟ้า
ท้องฟ้ายามราตรีกว้างใหญ่และลึกล้ำ ทำให้จิตใจของเขาปลอดโปร่งขึ้น
จุดมุ่งหมายที่เขามายังโลกนี้ คือการได้กินอิ่มสวมอุ่น ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัว
แต่ยุคสมัยนี้กลับผลักดันให้เขาก้าวเข้าสู่สนามรบทีละก้าว เรื่องการทหาร การเมือง เศรษฐกิจ...สิ่งซับซ้อนและโหดร้ายเหล่านี้ ซึ่งชวนให้ปวดหัว พัวพันกันจนถาโถมเข้ามา ต่อให้คิดหลบก็หลีกหนีไม่พ้น
หากต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ก็จำต้องกำจัดสิ่งชวนรำคาญเหล่านี้ให้สิ้นซาก คืนความสงบมั่นคงให้แก่ใต้หล้า
เขาหยุดก้าวต่อไปไม่ได้ เพราะศัตรูที่เผชิญหน้าไม่ได้มีเพียงกองทัพกบฏสองแสนนาย
ยังมีเล่ห์กลทั้งเปิดเผยและซ่อนเร้นในราชสำนักต้าจงอีกด้วย
พี่น้องร่วมทัพที่อยู่เคียงข้างเขาเหล่านี้ หากขาดการชี้นำจากเขา ก็ไม่รู้ว่าจะต้องพบจุดจบเช่นไร
ต้องพยายาม ต้องมุ่งมั่นต่อไปไม่หยุดยั้ง
อาวุธแบบใหม่ของเขา อีกไม่นานคงมีคนฉลาดบางกลุ่มเรียนรู้วิธีสร้าง หากไม่อาจประดิษฐ์อาวุธที่ล้ำหน้าและทรงอานุภาพยิ่งกว่าเดิมได้ ก็มีแต่ต้องอาศัยชีวิตทหารเข้าถมสนามรบ
