ชายวัยกลางคนผู้นั้นคือซ่างซูไค ที่ปรึกษาทางทหารของหลี่จี้ผิง แม่ทัพแห่งเจียนจวินซือเมืองหยินโจว แคว้นซีเซี่ย
ผู้ติดตามด้านหลังคือหนิงเจิ้น ผู้พิทักษ์ประจำกายของจางเอินอี้ ฝู่ถ่งจวินเมืองหยินโจว
หลังคณะทูตกลับถึงเมืองหยินโจว เรื่องที่หลี่ซินเหยียนติดตามไปยังป้อมหลิ่งโตวจื่อก็ถูกเปิดเผยไปนานแล้ว
หลี่จี้ผิงมิได้โกรธ เพียงคิดว่าปล่อยให้บุตรสาวออกไปเที่ยวเล่นบ้างก็ดี อย่างไรเสียก็อยู่ในเขตอำนาจของหลินเฟิง คงไม่มีอันตรายใด
แม้หลี่จางซื่อผู้เป็นฮูหยินจะร้องไห้โวยวายอยู่สองวัน ท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงภาวนาให้หลี่ซินเหยียนกลับมาอย่างปลอดภัย
ใครจะรู้ว่าหลี่ซินเหยียนจะใจกล้า ถึงกับอยู่ที่ป้อมหลิ่งโตวจื่อเพียงลำพัง เรื่องนี้ทำให้หลี่จี้ผิงเดือดดาลอย่างยิ่ง
เมื่อจางเอินอี้ทราบความเป็นมาของเรื่อง ก็ลงโทษบุตรสาวของตนให้กักบริเวณสำนึกผิดเป็นเวลาครึ่งปี ห้ามก้าวออกจากจวน
หนิงเจิ้นผู้พิทักษ์ประจำกาย รวมทั้งจางหลงและจางหู่ผู้เป็นองครักษ์ ถูกเฆี่ยนคนละสามที
ทั้งยังถูกตัดเบี้ยหวัดหนึ่งปี
หลังจากคลายโทสะ หลี่จี้ผิงก็จำต้องส่งซ่างซูไค ที่ปรึกษาทางทหารของตนซึ่งเป็นอาจารย์ของหลี่ซินเหยียนด้วย
โดยมีหนิงเจิ้นติดตามมาด้วย เพื่อไปตามบุตรสาวหลี่ซินเหยียนกลับจากป้อมหลิ่งโตวจื่อแห่งเจิ้นซี
ยามไป๋จิ้งได้รับรายงาน หลี่ซินเหยียนก็อ้างว่าปวดท้องแล้วหลบหนีไปเสียก่อน
หลินเฟิงรู้ฐานะของหลี่ซินเหยียนมานานแล้ว ไป๋จิ้งจะไม่รู้ได้อย่างไร
ยามนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซ่างซูไค นางเพียงยิ้มเชิญทั้งสองดื่มชา
“ข้าน้อยเปิดหูเปิดตาจริง ๆ เมืองเช่นนี้งดงามไม่ด้อยไปกว่าเมืองหลวงอันเลื่องชื่อของราชวงศ์เลย ท่านแม่ทัพหลินช่างไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง”
