ตวนมู่ซื่อเลื่อมใสจักรพรรดิซีเซี่ยพระองค์ใหม่ยิ่งนัก ทั้งรู้จักยืดหยุ่นและอดทน รับความลำบากได้ อีกทั้งยังรับฟังความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี
“กระหม่อมรับพระบัญชา ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถและทรงพระอานุภาพ หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า”
หลี่จี้เชียนโบกมือซ้ำ ๆ เป็นเชิงปฏิเสธ
ตวนมู่ซื่อประสานมือคำนับ ถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนหมุนกายจากไป
น่าเริ่นนำทหารม้าศึกหนึ่งหมื่นนายของตนออกปล้นชิงมาตลอดทาง กอบโกยจนเต็มหีบเต็มถุง
แน่นอนว่าตลอดเส้นทาง เขาปล้นได้เพียงธัญพืชหยาบกับหญ้าแห้งเป็นส่วนใหญ่ ของมีค่าอย่างเงินทองมีไม่มากนัก
ชาวบ้านล้วนยากจน จะมีเงินทองเหลือให้เขาปล้นได้อย่างไร?
น่าเริ่นก็ไม่อาจบุกปล้นเมือง เปิดศึกกับกองทัพหยินโจวอย่างโจ่งแจ้งได้
เขายังไม่ลืมว่าตนมาที่นี่เพื่อทำสิ่งใด
แม้จะเป็นเพียงธัญพืชหยาบกับหญ้าแห้ง เหล่าทหารในกองทัพก็พึงพอใจอย่างยิ่ง พวกเขาคุ้นชินกับวันที่ขาดแคลนเสบียงแล้ว
แต่ละวันได้กินเพียงเนื้อวัวเนื้อแกะ ครานี้ได้เข้ามาในเมืองหยินโจวของซีเซี่ย เปลี่ยนรสชาติอาหารบ้างก็นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลว
ในวันที่เจ็ดหลังจากเข้าสู่หยินโจว กองทัพของน่าเริ่นก็พบกับทหารม้าศึกของซีเซี่ยในที่สุด
ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหยินโจวเป็นที่ตั้งของกองทัพที่สี่แห่งซีเซี่ย หัวหน้าคือมหาแม่ทัพหลี่หยวนหมิง
กองทัพนี้มีทหารม้าศึกสามพันนาย เป็นค่ายทัพหน้าของกองทัพที่สี่
แผนของหลี่หยวนหมิงคืออ้อมไปทางตะวันตกของหยินโจว ล้อมหยินโจวไว้ตรงกลาง แล้วร่วมมือกับกองทัพอีกสามกอง ปิดล้อมหยินโจวให้สิ้นทางหนีทีไล่
กองกำลังที่สามของเหรินตัวจิ้นจงเคลื่อนจากด้านตะวันออกของหยินโจวขึ้นไปทางเหนือ ส่วนกำลังพลห้าหมื่นนายของกองทัพที่สอง ซึ่งอยู่ใต้บัญชาการของจางจงเหลียงนั้นติดตามกองทัพของตนมา ทำหน้าที่ปิดล้อมทางตะวันตกเฉียงใต้ของหยินโจว
