ไล่เว่ยเซิ่งเฉลียวฉลาดกว่าเซินจวิ้นอยู่บ้าง ในฐานะนายทัพ เขาจึงมิได้ยืนอยู่แนวหน้า
เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี เขาก็ยกมือขึ้นห้ามหน่วยองครักษ์ที่กำลังจะพุ่งเข้าโจมตีทันที
เขาต้องสังเกตการณ์อีกสักหน่อย จะปล่อยให้ตนตกอยู่ท่ามกลางการจู่โจมของศัตรูไม่ได้
หลินเฉี่ยวเม่ยใช้ลูกธนูขนปีกสามระลอกและลูกเกาทัณฑ์อีกสามระลอก แสดงข้อได้เปรียบด้านการโจมตีระยะไกลของนางออกมาอย่างเต็มที่
กองทัพผ้าโพกหัวดำหนึ่งหมื่นนาย ถูกระดมยิงถึงหกระลอก ล้มตายไปเกือบครึ่งแล้ว
พวกเขาจะยังมีเรี่ยวแรงใดไปต้านทานการบุกทะลวงของทหารม้าได้ แม้จะยังคงพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิตดังเช่นที่ผ่านมา
แต่กลับต้านแรงปะทะจากม้าศึกไม่ได้เลย
ในกองทัพมีทหารม้าเพียงสองพันนาย ที่เหลือล้วนเป็นทหารราบ สถานการณ์จึงไม่ต่างจากการถูกฝ่ายเดียวขยี้
เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ไล่เว่ยเซิ่งก็เข้าใจในที่สุดว่าตนไม่มีทางเอาชนะกองทัพตรงหน้าได้
วิธีรบของกองทัพเจิ้นซีเหนือกว่าทหารองครักษ์หลวงแห่งต้าจงอยู่มาก ไม่ว่าจะมองจากด้านใด
ไล่เว่ยเซิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“ไป!”
เขาตวาดลั่น ก่อนหันหัวม้า พาเหล่าองครักษ์เริ่มล่าถอยแตกพ่าย
น่าเสียดายที่เขาประเมินความเร็วของทหารม้ากองทัพเจิ้นซีต่ำไปอีกครั้ง
ทหารม้าที่มีฝีมือทัดเทียมกับคนเถื่อน จะปล่อยให้ทหารม้าศัตรูหนีไปได้อย่างไร
ในสายตาของทหารม้ากองทัพเจิ้นซี ทหารม้ากองทัพผ้าโพกหัวดำเหล่านี้ไม่ต่างจากเด็กที่ยังไม่โต
ไม่ว่าจะเป็นการรบบนหลังม้าหรือความเร็วในการควบม้า พวกเขาก็เทียบไม่ได้เลย
หน่วยองครักษ์ของไล่เว่ยเซิ่งมีทหารม้าสามร้อยนาย พวกเขาควบม้าหนีสุดกำลังไปในทุ่งร้าง
